⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1430/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ไม่จำเป็นต้องเป็นการกระทำชำเราเสมอไป แต่การพาผู้เยาว์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อสนองความใคร่ของตนเองก็ถือเป็นการพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารแล้ว

ย่อคำพิพากษา

จำเลยข่มขืนกระทำชำเราหญิงผู้เยาว์อายุ 14 ปีเศษซึ่งอยู่ในความปกครองของบิดามารดา ครั้นผู้เยาว์ตั้งครรภ์จำเลยกลัวบิดามารดาของผู้เยาว์จะรู้เรื่องจึงพาผู้เยาว์หนีตามจำเลยไปเป็นภริยาของจำเลย ทั้งๆ ที่จำเลยมีบุตรภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว ดังนี้ ถือว่าจำเลยพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 7/2515)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงแจ่มจันทร์อายุ 15 ปี ต่อมาจำเลยได้พาเด็กหญิงแจ่มจันทร์ไปเสียจากบิดามารดาเพื่อการอนาจารและเพื่อหากำไร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319, 276 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยกระทำผิดตามฟ้อง พิพากษาให้จำคุก 5 ปีลดรับสารภาพหนึ่งในสาม คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยพาผู้เสียหายไปเลี้ยงดูเป็นภรรยาไม่ใช่พาไปเพื่อหากำไร จึงไม่มีความผิด พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ จำเลยคงมีความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเราตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276ให้จำคุก 4 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสามตามมาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานพรากผู้เยาว์ด้วย ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติตามที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ฟังมาว่า ผู้เสียหายมีอายุ 14 ปีเศษ และยังอยู่ในความปกครองของบิดามารดา จำเลยได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย ต่อมาอีกประมาณ 3 เดือน ผู้เสียหายรู้ตัวว่าตั้งครรภ์กับจำเลยจึงได้บอกให้จำเลยทราบ จำเลยกลัวบิดามารดาผู้เสียหายจะรู้เรื่อง จำเลยจึงชวนผู้เสียหายหนีตามจำเลยไปเป็นภริยาของจำเลยผู้เสียหายก็ยินยอมไปกับจำเลย จำเลยมีภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายและมีบุตรแล้ว ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 บัญญัติว่า "ผู้ใดพรากผู้เยาว์อายุกว่าสิบสามปี แต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดามารดาผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย ต้องระวางโทษ" ศาลฎีกาวินิจฉัยปัญหาโดยที่ประชุมใหญ่ เห็นว่า ตามข้อเท็จจริงดังกล่าวข้างต้น ซึ่งเริ่มต้นด้วยจำเลยข่มขืนชำเราผู้เสียหาย ต่อมาผู้เสียหายตั้งครรภ์ จำเลยกลัวบิดามารดาผู้เสียหายจะรู้เรื่องจึงพาผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์หนีตามจำเลยไปเป็นภริยาของจำเลยทั้ง ๆ ที่จำเลยก็มีบุตรภรรยาโดยชอบด้วยกฎหมายอยู่แล้ว พฤติการณ์เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยพรากผู้เสียหายไปเพื่อการอนาจารตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 และมีความผิดตามมาตรานี้ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1430/2515 อัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ โจทก์ร่วม โจทก์ นายทวี ศรีกาญจนา โจทก์ นายเหลือง หรือเหลืองชัย อังสนั่น จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดอุดรธานี · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นายทวี ศรีกาญจนา · จำเลย - นายเหลือง หรือเหลืองชัย อังสนั่น
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สุธรรม วรรณแสง · เสนาะ เอกพจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1632/2518ฎีกา 977/2514ฎีกา 119/2517ฎีกา 270/2468ฎีกา 70/2489ฎีกา 93/2529ฎีกา 34/2491ฎีกา 355/2470ฎีกา 6634/2546ฎีกา 206/2464ฎีกา 4465/2530ฎีกา 1055/2555ฎีกา 235/2470ฎีกา 4197/2547ฎีกา 811/2484ฎีกา 1800/2541ฎีกา 6370/2555ฎีกา 28/2471ฎีกา 2587/2530ฎีกา 1225/2482ฎีกา 1696/2532ฎีกา 739/2533ฎีกา 1268/2518ฎีกา 3512/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา