⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1961/2529

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2529

ป.อาญา ม.56, 319

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยพาผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้เยาว์ไปร่วมประเวณี แม้จะอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาจนตั้งครรภ์ ก็ยังคงเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยชวนผู้เสียหายอายุ 17 ปี ไปรับประทานอาหารแล้วพาไปร่วมประเวณี โดยบิดามารดาของผู้เสียหายไม่ทราบว่าผู้เสียหายไปไหน ดังนี้ จำเลยมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 แต่จำเลยกับ ผู้เสียหายอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาจนผู้เสียหายตั้งครรภ์แล้ว ศาลฎีการอการลงโทษจำคุกให้จำเลย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 ประมวลกฎหมายอาญา ม.319

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.56 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.319 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 319 จำคุก 2 ปี ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 1 ปี 4 เดือนศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ยุติตามคำวินิจฉัยของศาลล่างทั้งสองว่า วันเกิดเหตุ จำเลยชวนผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 17 ปีไปรับประทานอาหาร แล้วจำเลยพาผู้เสียหายเข้าไปร่วมประเวณีในบังกะโล โดยมารดาของผู้เสียหายไม่รู้เห็นอยู่ด้วยมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยเฉพาะข้อกฎหมายว่า การกระทำของจำเลยเป็นการพรากผู้เยาว์หรือไม่ เห็นว่าการที่จำเลยชวนผู้เสียหายไปรับประทานอาหาร แล้วจำเลยพาผู้เสียหายซึ่งมีอายุ 17 ปีไปร่วมประเวณีในบังกะโล โดยบิดามารดาของผู้เสียหายไม่ทราบว่าผู้เสียหายไปไหนการกระทำของจำเลยดังกล่าวย่อมเป็นความผิดฐานพรากผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร ฎีกาของจำเลยที่อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1911/2522 นั้น ตามฎีกาดังกล่าวนั้น ผู้เสียหายเป็นผู้ขอให้จำเลยช่วยเหลือพาผู้เสียหายไปเท่านั้น ซึ่งแตกต่างกับข้อเท็จจริงในคดีนี้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยกระทำความผิดนั้นชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่ปรากฏจากคำร้องของจำเลยและผู้เสียหายซึ่งร่วมกันยื่นในชั้นฎีกาว่า จำเลยกับผู้เสียหายปรับความเข้าใจกันได้และอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยาจนผู้เสียหายตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้ว ขอให้ลงโทษจำเลยสถานเบาและรอการลงโทษนั้น เห็นว่า ศาลล่างทั้งสองลงโทษจำเลยขั้นต่ำอยู่แล้ว ส่วนที่ขอให้รอการลงโทษนั้นเมื่อคำนึงถึงพฤติการณ์แห่งคดี และจำเลยกับผู้เสียหายอยู่กินด้วยกันฉันสามีภรรยา เห็นเป็นการสมควรรอการลงโทษจำคุกไว้เพื่อให้จำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดีต่อไป" พิพากษาแก้เป็นว่า ให้รอการลงโทษจำคุกไว้ 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 56 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1961/2529 อัยการ กาญจนบุรี โจทก์ นาย วิทยา อาจ แย้ม สรวล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กาญจนบุรี · จำเลย - นาย วิทยา อาจ แย้ม สรวล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สาระ เสาวมล · สหัส สิงหวิริยะ · เสวก จันทร์ผ่อง
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6538/2562ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1891/2500ฎีกา 1514/2532ฎีกา 1360/2555ฎีกา 5048/2550ฎีกา 5598/2540ฎีกา 1872/2563ฎีกา 633/2540ฎีกา 664/2520ฎีกา 3911/2568ฎีกา 647/2563ฎีกา 119/2517ฎีกา 960/2559ฎีกา 7526/2561ฎีกา 70/2489ฎีกา 1049/2539ฎีกา 170/2539ฎีกา 6318/2534ฎีกา 34/2491ฎีกา 3588/2564ฎีกา 8651/2558ฎีกา 9328/2557ฎีกา 3463/2563
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา