⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1722/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- ความเสียหายที่โจทก์ต้องรับผิดต่อจำเลย ต้องเป็นความเสียหายที่ตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ หรือเป็นค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การผิดสัญญา หรือความเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษที่จำเลยต้องรับผิด - การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เรียกค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ไม่ครบ ไม่ทำให้คำพิพากษาของศาลอุทธรณ์สิ้นผลไป

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาซื้อที่ดินและตึกจาก ส. โดยโจทก์มิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องด้วย และจำเลยไม่เคยบอกให้โจทก์ทราบ โจทก์จึงไม่อาจคาดเห็น หรือควรจะได้คาดเห็นล่วงหน้าว่าจำเลยจะเอาเงินค่าตอบแทนการโอนสิทธิการเช่าตึกแถวพิพาท ที่โจทก์จะต้องชำระให้จำเลยไปชำระให้ ส. เมื่อจำเลยถูก ส. ริบมัดจำ เพราะผิดสัญญากับ ส.เอง ไม่เกี่ยวข้องกับโจทก์ และไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงจากการผิดสัญญาของโจทก์ ดังนี้ โจทก์ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยเพราะไม่ใช่ค่าเสียหายซึ่งตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ตามมาตรา 222 และไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายตามมาตรา 215 ทั้งไม่ใช่ค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษตาม มาตรา 222 วรรคท้ายด้วย โจทก์เสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ไม่ครบ เป็นเรื่องที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะต้องเรียกเพิ่มเติมเสียให้ถูกต้องต่อไปไม่ทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาไปแล้วสิ้นผลแต่ประการใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.232 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.233 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.215 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.222 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.545

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๑๑ จำเลยทำหนังสือสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกแถวให้โจทก์มีกำหนดเวลา ๑๒ ปี โดยโจทก์เสียค่าตอบแทนให้จำเลยเป็นเงิน ๑๙๒,๐๐๐ บาท โจทก์วางมัดจำในวันทำสัญญา ๔๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือ ๑๕๒,๐๐๐ บาท โจทก์จะชำระให้จำเลยภายใน ๒ เดือน นับแต่วันทำสัญญา ต่อมาปลายเดือนกรกฎาคม ๒๕๑๑ จำเลยแจ้งว่าไม่สามารถไปจดทะเบียน ณ ที่ว่าการอำเภอได้เพราะที่ดินและตึกแถวติดจำนองธนาคาร ให้โจทก์ไปทำสัญญาเช่าที่บ้านจำเลยและไม่ยอมคืนเงินมัดจำ จึงขอให้บังคับให้จำเลยไปจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าตึกแถวดังกล่าวให้โจทก์ตามสัญญา ถ้าไม่สามารถจะจดทะเบียนโอนสิทธิการเช่าให้โจทก์ได้ ก็ให้จำเลยคืนมัดจำและใช้ค่าเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่าได้ทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกแถวตามฟ้องและรับเงินมัดจำ ๔๐,๐๐๐ บาทจากโจทก์จริง แต่ไม่ได้ตกลงให้จำเลยไปจดทะเบียนสิทธิการเช่าเพียงแต่ตกลงกันให้เจ้าของตึกแถวทำสัญญาเช่าให้โจทก์ ๔ ฉบับกำหนดเวลาเช่าฉบับละ ๓ ปี โจทก์ผิดนัดไม่ชำระเงิน ๑๕๒,๐๐๐ บาท ตามสัญญาจำเลยชอบที่จะริบมัดจำ เนื่องจากจำเลยจะต้องออกจากตึกแถวตามสัญญาที่ทำไว้กับโจทก์ จำเลยจึงไปทำหนังสือสัญญาซื้อขายอาคารและที่ดินจากนางสาวสุธีรา เป็นเงิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท วางมัดจำไว้ ๘๐,๐๐๐ บาท โดยเชื่อว่าเมื่อโจทก์ชำระเงินที่เหลือตามสัญญาแล้ว จำเลยจะได้เอาเงินนั้นไปชำระให้นางสาวสุธีรา แต่โจทก์ผิดนัดเป็นเหตุให้จำเลยไม่สามารถจะชำระเงินงวดต่อไปให้นางสาวสุธีรา นางสาวสุธีราจึงริบเงินมัดจำของจำเลย ทำให้จำเลยเสียหายเมื่อหักกับเงินมัดจำที่โจทก์ชำระแก่จำเลยแล้ว จำเลยยังต้องเสียหายอีก ๔๐,๐๐๐ บาท ขอให้ยกฟ้องและบังคับให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า ขณะทำสัญญาโอนสิทธิการเช่าตึกแถวโจทก์เชื่อว่าตึกแถวเป็นของจำเลย จำเลยปกปิดเรื่องกรรมสิทธิ์ สัญญาจึงเกิดขึ้นด้วยกลฉ้อฉลของจำเลย เป็นโมฆียะ โจทก์บอกกล่าวและฟ้องคดีแล้วถือว่าสัญญาเลิกกัน จำเลยต้องคืนเงินมัดจำให้โจทก์สัญญาระหว่างจำเลยกับนางสาวสุธีราไม่ผูกพันโจทก์ การผิดสัญญาไม่ใช่เป็นผลเกิดจากโจทก์โจทก์ไม่ต้องรับผิด จำเลยไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้จำเลย ๔๐,๐๐๐ บาทตามฟ้องแย้งของจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นว่าให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย ที่ให้โจทก์ใช้ค่าเสียหายให้จำเลยเสีย นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์เป็นฝ่ายผิดสัญญาเอง โดยไม่ชำระเงินส่วนที่เหลือให้จำเลยภายในกำหนดตามสัญญา จำเลยริบมัดจำของโจทก์ได้ โจทก์ไม่มีสิทธิจะเรียกมัดจำคืน และเรียกค่าเสียหายจากจำเลย ส่วนประเด็นค่าเสียหายตามฟ้องแย้งของจำเลยนั้น แม้จะฟังตามที่จำเลยนำสืบว่าจำเลยได้ทำสัญญากับนางสาวสุธีราและจำเลยถูกริบมัดจำก็ตาม แต่ความเสียหายของจำเลยที่ถูกริบมัดจำนั้นเป็นเรื่องจำเลยผิดสัญญากับนางสาวสุธีราเอง ไม่เกี่ยวข้องกับโจทก์ ไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรงจากการผิดสัญญาของโจทก์ จึงไม่ใช่ค่าเสียหายซึ่งตามปกติย่อมเกิดขึ้นแต่การไม่ชำระหนี้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๒ วรรคแรก และไม่ใช่ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายตามมาตรา ๒๑๕ ดังจำเลยอ้างหากจะเป็นได้ ก็คือค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ ตามมาตรา ๒๒๒ วรรคท้ายแต่ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยไปทำสัญญากับนางสาวสุธีราโดยโจทก์มิได้รู้เห็นเกี่ยวข้องด้วยทั้งได้ความจากคำเบิกความของจำเลยว่าการทำสัญญากับนางสาวสุธีราไม่ได้แจ้งให้โจทก์ทราบ ดังนี้ โจทก์จึงไม่อาจคาดเห็นหรือควรจะได้คาดเห็นล่วงหน้า ว่าจำเลยจะเอาเงินจากโจทก์ไปชำระให้นางสาวสุธีราที่จำเลยฎีกาว่าโจทก์รู้ว่าจำเลยจะต้องออกจากห้องแถวพิพาท โจทก์ควรรู้ว่าจำเลยต้องใช้เงินในการหาที่อยู่ใหม่นั้น เห็นว่าจำเลยอาจมีที่อยู่ใหม่อยู่แล้วหรืออาจไปอาศัยใครอยู่โดยไม่ต้องทำสัญญากับนางสาวสุธีราก็ได้ การที่จำเลยจะไปอยู่ที่ไหนอย่างไรจึงไม่ใช่เรื่องที่โจทก์ควรรู้ล่วงหน้า ค่าเสียหายดังกล่าวจึงไม่ใช่ค่าเสียหายอันเกิดแต่พฤติการณ์พิเศษ ซึ่งโจทก์จะต้องรับผิดชดใช้ให้จำเลยตามฟ้องแย้ง จำเลยฎีกาอีกข้อหนึ่งว่า โจทก์เสียค่าธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ไม่ครบ ซึ่งจำเลยได้โต้แย้งไว้ในคำแก้อุทธรณ์แล้ว แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยประการใด นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์จะต้องเสียค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ตามจำนวนทุนทรัพย์ ๘๐,๐๐๐ บาทจริง แต่เมื่อศาลชั้นต้นเรียกค่าขึ้นศาลชั้นอุทธรณ์ขาดไปก็เป็นเรื่องศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์จะต้องเรียกเพิ่มเติมเสียให้ถูกต้อง ไม่ทำให้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ซึ่งพิพากษาไปแล้วสิ้นผลแต่ประการใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1722/2515 นายสิงพร หรือซื้อไช้ แซ่ก้วย โจทก์ นายนคร อารยาวุฒิ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสิงพร หรือซื้อไช้ แซ่ก้วย · จำเลย - นายนคร อารยาวุฒิ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุณยเกียรติ อรชุนะกะ · เพรียบ หุตางกูร · สวัสดิ์ ภู่งาม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประเสริฐ วราภรณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม จันทร์กลัด
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 5640/2540ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 4192/2536ฎีกา 978/2510ฎีกา 6868/2541ฎีกา 7051/2540ฎีกา 9200/2547ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 6848/2540ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา