คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ก่อให้เกิดผลร้ายแก่ผู้ตายและผู้เสียหายต่างกัน ถือเป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท
ย่อคำพิพากษา
จำเลยร่วมกันใช้ปืนยิงเป็น 2 ชุด ชุดแรก 3 นัดติดๆ กันกระสุนปืนถูกผู้ตายซึ่งยืนอยู่บนบันไดร้านตกลงไปข้างล่างถึงแก่ความตาย ชุดหลังยิง 10 กว่านัด ถูกพวกผู้เสียหายซึ่งอยู่ข้างล่างร้านที่พื้นดินได้รับอันตรายแก่กาย ไม่ถึงแก่ความตาย ดังนี้ เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน มิใช่กรรมเดียวเป็นความผิดกฎหมายหลายบท
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้ปืนยิงนายเต็ก บำรุงวัดนายประหยัดหรือหยัด แสงจันทร์ นายสวาท แสนจินดาหรือแสงจินดานายไสว แสนจินดาหรือแสงจินดา โดยเจตนาฆ่ากระสุนปืนถูกนายเต็กถึงแก่ความตาย ส่วนนายประหยัดหรือหยัด นายสวาท นายไสว เพียงแต่ได้รับอันตรายแก่กาย ไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80, 83 และสั่งริบปืนและหัวกระสุนปืนของกลางที่จำเลยใช้กระทำผิด
จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยร่วมกันยิงปืนเข้าไปในบ้านนายโพธิ์ ขณะที่มีคนชุลมุนชกต่อยกันอยู่หลายคนในระยะใกล้แสดงถึงเจตนาฆ่าและย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำได้พิพากษาว่าจำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 83 และมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ให้ลงโทษตามมาตรา 288 ซึ่งเป็นบทหนักตามมาตรา 90 ให้จำคุกจำเลยคนละตลอดชีวิต ริบปืนและกระสุนปืนของกลาง
จำเลยทั้งสามอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยทั้งสามฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงจากพยานหลักฐานของโจทก์จำเลยแล้วเชื่อว่า จำเลยทั้งสามกับนายสมพรร่วมกันใช้ปืนยิงเป็น 2 ชุด ชุดแรกยิงสามนัดติด ๆ กัน ถูกผู้ตายตกลงไปข้างบันได ยิงในขณะผู้ตายคนเดียวออกไปยืนห้ามพวกที่วิวาทกันอยู่ข้างล่าง โดยตั้งใจกระทำต่อผู้ตายส่วนชุดหลังยิงสิบกว่านัด ยิงตรงไปที่พวกวิวาทกับนายเฉลิมที่พื้นดิน โดยหมายยิงให้ถูกพวกที่กลุ้มรุมชกต่อยนายเฉลิม เป็นผลให้กระสุนปืนถูกนายประหยัดหรือหยัด นายสวาท และนายไสว ซึ่งอยู่ข้างล่างร้านที่พื้นดินบริเวณนั้นได้รับอันตรายแก่กาย หลักฐานพยานโจทก์ฟังได้มั่นคงว่าจำเลยทั้งสามได้ร่วมกันกระทำผิด แต่ที่ปรับบทลงโทษบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 90 ศาลฎีกาเห็นว่ายังไม่ถูกต้อง เพราะการกระทำของจำเลยไม่ใช่กรรมเดียวแต่เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกันในวาระที่กระทำ คือ ยิงผู้ตายบนร้านนายโพธิ์ กับยิงนายประหยัด นายไสวและนายสวาท ที่พื้นดินข้างล่างคนละคราว ชอบที่จะลงโทษจำเลยในกระทงความผิดหลายกรรมพร้อมกันพิพากษาแก้เป็นให้ลงโทษตามมาตรา 288 อันเป็นกระทงหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และคืนปืนของกลางแก่จำเลยที่ 3 นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1807/2515
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ โจทก์
นายจรูญ สุรมิตร ที่ 1 นางสมร หรือจำลอง สุรมิตร ที่ 2 จำเลย
นายสวง สุรมิตร ที่ 3 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรปราการ · จำเลย - นายจรูญ สุรมิตร ที่ 1 นางสมร หรือจำลอง สุรมิตร ที่ 2 · จำเลย - นายสวง สุรมิตร ที่ 3 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสถียร ลิมปิษเฐียร · ถนอม ครูไพศาล · แปลก ศิงฆมานันท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา