คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1808/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำฟ้องที่มิได้บรรยายอำนาจหน้าที่ของจำเลย และไม่ชัดแจ้งว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดอาญาฐานใด เป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157,172,173,174. โดยโจทก์มิได้บรรยายว่าจำเลยมีอำนาจหน้าที่อย่างไร ทั้งคำบรรยายฟ้องก็ไม่ชัดแจ้งว่าข้อความที่จำเลยแจ้งเกี่ยวกับความผิดอาญาในฐานใด จะทำให้โจทก์ถูกหาคดีอาญาได้อย่างไรหรือไม่ ไม่พอแปลความหมายได้ว่าจำเลยได้แจ้งความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาจำเลยไม่อาจเข้าใจข้อหาได้ดี ดังนี้ เป็นคำฟ้องที่ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 มีตำแหน่งเป็นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 2 ถึง 19 เป็นราษฎร จำเลยกับพวกที่ยังไม่ฟ้องบังอาจร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ทุจริตแกล้งร้องเรียนเท็จอันเกี่ยวกับความผิดอาญาโดยมิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นเพื่อประสงค์ให้โจทก์ได้รับโทษ โดยร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ผู้มีอำนาจและหน้าที่สืบสวนและสอบสวนว่า หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่นาเลขที่ 614 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2513 หนึ่งฉบับ มีทิศติดต่อผู้มีชื่อและมีชื่อนายสุด เกลี้ยงพร้อม เป็นเจ้าของนั้น จำเลยแกล้งกล่าวหาว่าเป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ชื่อหนองไผ่ ไม่ใช่เป็นที่นา และที่นาดังกล่าวโจทก์เป็นผู้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ น.ส.3ให้แก่นายสุด เกลี้ยงพร้อม ซึ่งจำเลยรู้อยู่ว่าเป็นความเท็จ และผู้ว่าราชการจังหวัดหลงเชื่อ ได้มีคำสั่งตั้งกรรมการให้สืบสวนสอบสวนขึ้น และคณะกรรมการฯ ได้มีมติแล้วว่าคำร้องของจำเลยไม่มีมูลแห่งความจริงดังที่จำเลยร้องเรียน และได้ความว่า ความจริงหนังสือรับรองการทำประโยชน์ดังกล่าว นายอำเภอท่าตูมเป็นผู้มีอำนาจหน้าที่ออกให้นายสุด เกลี้ยงพร้อม ไปชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่เป็นหนองสาธารณะดังจำเลยร้องเรียนการกระทำของจำเลยเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ มุ่งประสงค์ให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์อย่างร้ายแรง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2502 และมาตรา 172, 173, 174, 83, 90, 91
ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้วสั่งว่า ตามคำบรรยายฟ้อง การกระทำของจำเลยยังไม่มีมูลความผิดตามบทมาตราที่ขอให้ลงโทษ โจทก์มิใช่ผู้เสียหายอันจะนำคดีมาฟ้องร้องได้ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาพิเคราะห์ตามคำฟ้องโจทก์แล้ว เห็นว่า โจทก์มิได้บรรยายมาว่า จำเลยที่ 1 มีอำนาจหน้าที่อย่างไร การกระทำของจำเลยที่ 1 เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 หรือไม่ ก็ไม่ชัดแจ้ง ทั้งตามคำบรรยายฟ้องก็ไม่ชัดแจ้งด้วยว่า ข้อความที่จำเลยแจ้งเกี่ยวกับความผิดอาญาในฐานะใด จะทำให้โจทก์ถูกหาคดีอาญาอย่างไรหรือไม่ ก็ไม่ปรากฏไม่พอแปลความหมายไปได้ว่า จำเลยได้แจ้งข้อความเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา ตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172, 173 และ 174 จำเลยไม่อาจเข้าใจข้อหาได้ดีได้ ฟ้องของโจทก์ไม่สมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) ศาลอุทธรณ์พิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้วฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1808/2515
นายบัว ริ้วทอง โจทก์
นายจันทา เกลี้ยงอุทธา กับพวกรวม 19 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบัว ริ้วทอง · จำเลย - นายจันทา เกลี้ยงอุทธา กับพวกรวม 19 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม เพชรคุปต์ · ชวน พูนคำ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา