⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1973/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1973/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ไวยาวัจกรไม่มีอำนาจฟ้องคดีแทนวัด เว้นแต่จะได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการแทน และหากจำเลยต่อสู้เรื่องอำนาจฟ้อง ศาลย่อมวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

ไวยาวัจกรให้กู้เงินของวัดและทำสัญญาในฐานะไวยาวัจกรของวัด ซึ่งเท่ากับทำสัญญาในฐานะตัวแทนของวัด เมื่อจะฟ้องผู้กู้ให้ชำระหนี้ เจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้นที่มีอำนาจฟ้องคดีแทนวัด ไวยาวัจกรซึ่งไม่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการแทนให้ดำเนินคดี หามีอำนาจฟ้องแทนวัดได้ไม่ เมื่อจำเลยต่อสู้ไว้ในคำให้การว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลอุทธรณ์ย่อมยกประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัยได้ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระหนี้บางส่วน จำเลยไม่อุทธรณ์ โจทก์ฝ่ายเดียวอุทธรณ์ขอให้จำเลยชำระหนี้เต็มจำนวน เมื่อปรากฏว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องศาลอุทธรณ์ย่อมมีอำนาจพิพากษายกฟ้องโจทก์เสียทั้งหมด (ข้อกฎหมายวรรคท้ายสรุปจากผลแห่งคำพิพากษา และโปรดสังเกตคำพิพากษาฎีกาที่ 678/2490 เทียบเคียง)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.60 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.75 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.797 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.800

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องเรียกเงินที่จำเลยกู้โจทก์ในฐานะไวยาวัจกรของวัดสระเรียงจำนวน 5,500 บาทพร้อมดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่าไม่เคยกู้ยืมเงินโจทก์ เงินจำนวนนั้นเป็นของวัดสระเรียงแม้โจทก์เป็นผู้ให้กู้ก็โดยเป็นไวยาวัจกรของวัด โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยเคยกู้เงินของวัดสระเรียง 4,000 บาท แต่ก็ชำระแล้ว ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทำสัญญากู้กับโจทก์โดยโจทก์ทำแทนวัดสระเรียง จำเลยได้ชำระเงินให้กับเจ้าอาวาสในขณะนั้นรับไปแล้ว 4,000 บาท คงค้างเงินต้นอีก 1,500 บาท พิพากษาให้จำเลยชำระเงินต้นที่ค้าง พร้อมดอกเบี้ย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำฟ้องใส่ชื่อโจทก์โดยไม่แสดงฐานะอย่างอื่นถือว่าฟ้องในฐานะส่วนตัว แม้ฟ้องจะบรรยายว่าฟ้องในนามวัดสระเรียงเมื่อโจทก์ไม่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการแทนให้ฟ้องคดีแทนวัดได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาเรื่องอำนาจฟ้องว่า ศาลอุทธรณ์ไม่มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เมื่อไม่ได้โต้เถียงมาในศาลชั้นต้น และฎีกาว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยต่อสู้มาในคำให้การชัดแจ้งว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแทนวัดสระเรียงไว้แล้ว ที่ศาลอุทธรณ์ยกประเด็นเรื่องอำนาจฟ้องขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการชอบ เมื่อโจทก์ให้กู้เงินของวัดสระเรียงและทำสัญญาในฐานะไวยาวัจกรของวัด เท่ากับโจทก์ทำสัญญาในฐานะตัวแทนของวัดตามกฎหมายเจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการแทนเท่านั้นมีอำนาจฟ้องคดีแทนวัด แต่คดีนี้ปรากฏชัดว่าโจทก์ไม่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าอาวาสหรือผู้รักษาการแทนให้ดำเนินคดีนี้ได้ โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องแทนวัดสระเรียงได้มาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ฟ้องโจทก์จึงจำต้องยกเสีย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1973/2515 นายปลื้ม กมุกะมกุล โจทก์ นายประสิทธิ์ บุณแก้วสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปลื้ม กมุกะมกุล · จำเลย - นายประสิทธิ์ บุณแก้วสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · จินตา บุณยอาคม · แปลก ศิงฆมานันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2801/2527ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา