คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2042/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพว่าตนเป็นผู้กระทำความผิดและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณาของศาล ถือเป็นเหตุบรรเทาโทษตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยพยายามฆ่าผู้เสียหายได้ความว่าผู้เสียหายกับจำเลยโต้เถียงกันและชกต่อยกันแล้วต่างแยกกันมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกผู้เสียหาย ผู้เสียหายและพยานโจทก์อีก 2 คนเบิกความเพียงว่า ได้ยินเสียงปืน 1 นัด ไม่มีผู้ใดว่าเห็นจำเลยเป็นคนยิงปืน มีแต่ผู้เสียหายคนเดียวว่าเมื่อปืนดังขึ้นแล้ว หันไปดู เห็นจำเลยถือปืนสั้นอยู่ในมือ ส่วนพยานโจทก์อีก 2 คนนั้นไม่ได้เบิกความว่าเห็นเช่นนี้ด้วย ฉะนั้น การที่จำเลยเบิกความรับว่าจำเลยกับผู้เสียหายชกต่อยกันแล้วจำเลยยิงปืน กระสุนปืนถูกผู้เสียหาย ดังนี้ เป็นการให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ให้รับฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยยิงผู้เสียหาย นับว่าเป็นเหตุบรรเทาโทษ
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้กำลังกายชกต่อยและใช้อาวุธปืนยิงนายเจริญ โดยเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกอวัยวะส่วนที่สำคัญและแพทย์ทำการรักษาทันท่วงที นายเจริญจึงไม่ถึงแก่ความตายสมดังเจตนาของจำเลย นายเจริญได้รับอันตรายสาหัสถึงทุพพลภาพป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขไวทนาเกินกว่า 20 วัน และประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่า 20 วัน และวันเดียวกันนั้นจำเลยมีอาวุธปืนลูกซองสั้น 1 กระบอก ฯลฯ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ และสั่งริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธข้อหาว่ามีเจตนาฆ่านายเจริญ แต่รับสารภาพผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา 288, 80และพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ ลงโทษบทหนักตามมาตรา 288, 80ผู้เสียหายมีส่วนก่อเหตุขึ้นบ้าง จำคุก 10 ปี ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เฉพาะบทที่ให้ลงโทษจำเลย เป็นให้ลงโทษฐานพยายามฆ่าผู้อื่น ซึ่งเป็นกระทงหนัก และลดโทษให้ตามมาตรา 78หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี 8 เดือน นอกจากที่แก้ ยืน
โจทก์ฎีกาขอไม่ให้ลดโทษ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้เสียหายกับจำเลยโต้เถียงกัน และชกต่อยกันแล้วต่างแยกกันมีเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด กระสุนปืนถูกผู้เสียหายมีปัญหาว่า จะมีเหตุบรรเทาโทษที่สมควรจะลดโทษให้จำเลยตามมาตรา 78 หรือไม่ เห็นว่า ผู้เสียหายและพยานโจทก์อีก 2 คน เบิกความว่าได้ยินแต่เสียงปืนดัง 1 นัด ไม่มีผู้ใดว่าเห็นจำเลยเป็นคนยิงปืนและนายเจริญผู้เสียหายแต่เพียงคนเดียวเบิกความว่า เมื่อปืนดังขึ้นแล้ว นายเจริญหันไปดูเห็นจำเลยถือปืนสั้นอยู่ในมือ นายเล็กกับนายสุรพนธ์ไม่ได้เบิกความว่าเห็นเช่นนั้นด้วยฉะนั้น ที่จำเลยเบิกความรับว่าจำเลยกับนายเจริญชกต่อยกัน แล้วจำเลยยิงปืนในขณะที่จำเลยอยู่ห่างนายเจริญราว 1 วา กระสุนปืนจึงถูกนายเจริญคำเบิกความของจำเลยในข้อนี้จึงให้ความรู้แก่ศาลอันเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาให้รับฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยยิงปืนถูกนายเจริญตามฟ้องนับว่ามีเหตุบรรเทาโทษ
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2042/2515
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
นายศักดิ์ โปกทุน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายศักดิ์ โปกทุน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา