⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2347/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
บริวารไม่มีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินที่ตนอาศัยอยู่ร่วมกับผู้เช่า และไม่มีสิทธิฟ้องคดีอาญาฐานบุกรุกต่อเจ้าของทรัพย์สิน.

ย่อคำพิพากษา

ห้องพิพาทและที่ดินเป็นของจำเลยที่ 1 สามีโจทก์ที่1เป็นแต่เพียงผู้เช่าโดยมีโจทก์ที่ 1 และโจทก์ที่ 2 ซึ่งเป็นภรรยาและบุตรเป็นบริวาร จำเลยที่ 1 เคยฟ้องขับไล่โจทก์ที่ 1 และสามีออกจากห้องพิพาท ทนายของสามีโจทก์ที่ 1 แถลงต่อศาลว่าผู้เช่ารับว่าจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับห้องพิพาทอีกต่อไป ดังนี้โจทก์ทั้งสองซึ่งเป็นบริวารจึงไม่มีสิทธิอันใดในห้องพิพาทการที่โจทก์ทั้งสองเข้าอยู่ในห้องต่อไปจึงเป็นการเข้าอยู่โดยละเมิด ไม่มีสิทธิครอบครอง และไม่มีการครอบครองตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ฉะนั้นความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ต่อห้องพิพาท จึงไม่อาจเกิดแก่จำเลยซึ่งบุกรุกเข้าไปรื้อห้องพิพาทได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.354 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๖ คนมีปืน มีด ฯลฯ ติดตัวไปร่วมกันบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ห้องเลขที่ ๔๘๙/๑๐ อันเป็นอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินของโจทก์ทั้งสองโดยไม่มีเหตุอันสมควร เพื่อที่จำเลยกับพวกจะเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ดังกล่าวของโจทก์โดยปกติสุข และเพื่อจำเลยกับพวกจะถือเอาอาคารและที่ดินปลูกห้องดังกล่าวไปเป็นของจำเลยด้วยวิธีการอันผิดกฎหมาย และจำเลยกับพวกได้ใช้อาวุธดังกล่าวข้างต้นงัดรื้อ ทำลายอาคารห้องเลขที่ ๔๘๙/๑๐ของโจทก์ ราคา ๗,๐๐๐ บาท จนเสื่อมค่า ไร้ประโยชน์ ไม่สามารถใช้เป็นอาคารเก็บรักษาทรัพย์สินได้ต่อไป ทำให้ทรัพย์สินของโจทก์ในห้องดังกล่าวเสียหาย คือ ไข่เค็มพอก ๒,๐๐๐ ฟอง ราคา ๑,๒๐๐ บาท ฯลฯรวมราคา ๘,๕๐๐ บาท และในระหว่างที่จำเลยกับพวกร่วมกันบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ดังกล่าว จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ได้ร่วมกันลักเอาสังกะสี๑๒ แผ่น ราคา ๑๔๐ บาทของโจทก์ที่ ๒ ไปด้วย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๓, ๓๖๔, ๓๖๕, ๓๕๘, ๓๓๕ และ ๘๓ ไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ศาลชั้นต้นสั่งประทับฟ้องในข้อหาฐานบุกรุกทำให้เสียทรัพย์ สำหรับจำเลยทุกคน กับข้อหาฐานลักทรัพย์สำหรับจำเลย ที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ด้วย จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ขณะเกิดเหตุที่ดินและอาคารพิพาทเป็นของจำเลยที่ ๑ ฉะนั้น ความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ต่ออาคารเลขที่ ๔๘๙/๑๐ จึงไม่อาจเกิดแก่จำเลยได้ ส่วนข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์ต่อไข่เค็ม ฯลฯ ฟังไม่ได้ว่าเสียหายจริง จำเลยที่ ๒ ขนสังกะสีไปโดยไม่มีเจตนาทุจริตจำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ไม่มีความผิดฐานลักทรัพย์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟังว่า จำเลยที่ ๑ เป็นเจ้าของห้องพิพาทและที่ดินโจทก์ที่ ๑ เป็นผู้เช่าและเป็นผู้ครอบครองห้องพิพาทขณะเกิดเหตุโจทก์ที่ ๑ กับจำเลยที่ ๑ มีข้อโต้แย้งกันในเรื่องสิทธิในห้องพิพาทการที่จำเลยทุกคนร่วมกันรื้อห้องพิพาทจึงเป็นความผิดฐานบุกรุกโดยนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑/๒๕๑๒ จำเลยมีความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือ ไข่เค็ม ฯลฯ แต่จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ และที่ ๔ ช่วยกันขนสังกะสีซึ่งวางไว้เกะกะไปเก็บโดยไม่มีเจตนาทุจริต พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทุกคนมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒, ๓๖๕, ๓๕๘, ๘๓วางโทษตามมาตรา ๓๖๕ ซึ่งเป็นบทหนัก ฯลฯ นอกจากที่แก้ ยืน โจทก์ฎีกามิให้รอการลงโทษ จำเลยฎีกาว่ามิได้กระทำความผิด ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อหาฐานลักทรัพย์ยุติแล้ว คงวินิจฉัยเฉพาะข้อหาฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ ศาลฎีกาฟังว่าจำเลยที่ ๑เป็นเจ้าของห้องพิพาทและที่ดิน นายต๋าสามีโจทก์ที่ ๑ เป็นแต่เพียงผู้เช่าโจทก์ที่ ๑ และโจทก์ ที่ ๒ เป็นบริวารของนายต๋า เมื่อจำเลยที่ ๑ ฟ้องขับไล่นายต๋า นางผิน บิดามารดาโจทก์ที่ ๒ ออกจากห้องพิพาทเลขที่ ๔๘๙/๑๐ทนายของนายต๋าแถลงว่าจำเลยรับว่าจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับห้องเช่าที่พิพาทของโจทก์อีกต่อไป ดังปรากฏตามสำเนารายงานกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งดำที่ ๒๓๕/๒๕๑๐ ของศาลชั้นต้นแล้ววินิจฉัยว่าทนายของนายต๋าได้แถลงรับในคดีแพ่งดำที่ ๒๓๕/๒๕๑๐ ว่า จำเลยรับว่าจะไม่ไปเกี่ยวข้องกับห้องพิพาทอีกต่อไป การที่นายต๋าผู้เช่ายอมออกจากห้องพิพาทดังกล่าวแล้วนางผินโจทก์ที่ ๑ ซึ่งเป็นภรรยาของนายต๋า และโจทก์ที่ ๒ ซึ่งเป็นบุตรจึงไม่มีสิทธิอันใดในห้องพิพาทที่โจทก์ทั้งสองเข้าไปอยู่ในห้องพิพาทหลังจากนายต๋ารับว่าจะไม่เกี่ยวข้องกับห้องพิพาทอีกต่อไปนั้นจึงเป็นการเข้าไปอยู่โดยละเมิด ไม่มีสิทธิครอบครองและไม่มีการครอบครองตามความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๒ความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ต่อห้องพิพาทจึงไม่อาจเกิดแก่จำเลยได้ ส่วนข้อหาฐานทำให้เสียทรัพย์อื่น ๆ นอกจากห้องพิพาทวินิจฉัยว่ายังไม่อาจฟังได้แน่ชัดว่าทรัพย์ในห้องพิพาทได้เสียหายตามฟ้อง พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2347/2515 นางผิน สารทพันธ์ โดยนางวีณา จันทรภูมิ ผู้อนุบาล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน นายมานิต อนันตกูล ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความคน - นางผิน สารทพันธ์ โดยนางวีณา จันทรภูมิ ผู้อนุบาล ที่ 1 กับพวกรวม 2 · จำเลย - นายมานิต อนันตกูล ที่ 1 กับพวกรวม 8 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6432-6436/2540ฎีกา 2588/2524ฎีกา 4101/2551ฎีกา 2971/2543ฎีกา 1188/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 9026/2553ฎีกา 6667/2542ฎีกา 845/2543ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 705/2507ฎีกา 1405/2515ฎีกา 2314/2529ฎีกา 5274/2531ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 7958/2555ฎีกา 3081/2524ฎีกา 7706/2548ฎีกา 185/2566ฎีกา 2718/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา