⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2770/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยหลงต่อสู้คดีในสาระสำคัญแห่งข้อหาที่ถูกฟ้อง ศาลย่อมลงโทษจำเลยได้ตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณา เมื่อมีบทกฎหมายที่บัญญัติการกระทำอันเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้โดยเฉพาะแล้ว ไม่จำต้องนำบทกฎหมายทั่วไปมาปรับใช้บังคับอีก

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่าจำเลยที่ 1 ที่ 2 กับพวกร่วมกันฉุดคร่ากระทำอนาจาร ว. กับ ก. ผู้เสียหาย แล้วจำเลยที่ 2 กับพวกอีก 3 คนฉุด ก.ผู้เสียหายและผลัดกันข่มขืนกระทำชำเรา แม้ตามทางพิจารณาจะปรากฏว่าพวกของจำเลยที่ 2 ที่ร่วมฉุด ก.ไปผลัดกันข่มขืนกระทำชำเรานั้นคือ จำเลยที่ 1 นายสำลีกับชายอีกคนหนึ่งก็เป็นเพียงรายละเอียดไม่ต่างกับฟ้องในสารสำคัญ และเมื่อจำเลยที่ 2 มิได้หลงต่อสู้คดี ศาลก็ลงโทษจำเลยที่ 2 ได้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 281 มิได้บัญญัติการกระทำอันเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ จึงไม่ต้องยกขึ้นปรับบทลงโทษจำเลยด้วย จำเลยใช้มีดขู่บังคับผู้เสียหายและฉุดเข้าไปในป่าอ้อยลึก 2 เส้น แล้วข่มขืนกระทำชำเรา เมื่อถือว่าเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 284 อันเป็นบทเฉพาะแล้วก็ไม่จำต้องยกเอามาตรา 278 มาปรับบทด้วยอีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276 ประมวลกฎหมายอาญา ม.278 ประมวลกฎหมายอาญา ม.281 ประมวลกฎหมายอาญา ม.284

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกอีก ๖ คนที่ยังไม่ได้ตัวมาฟ้องร่วมกันมีมีดฉุดคร่ากระทำอนาจารนางสาวหนูเวียง นางสาวกุลผู้เสียหายซึ่งมีอายุกว่า ๑๓ ปี โดยจำเลยกับพวกใช้มีดขู่จะทำร้ายผู้เสียหายทั้งสองอันเป็นการใช้อำนาจครอบงำผิดคลองธรรม แล้วจำเลยที่ ๑ กับพวกอีก ๓ คนฉุด นางสาวหนูเวียงและผลัดกันข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่คนละครั้ง ซึ่งนางสาวหนูเวียงมิใช่ภริยาของจำเลยกับพวก และอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ ส่วนจำเลยที่ ๒ กับพวกอีก ๓ คนฉุดนางสาวกุลและผลัดกันข่มขืนกระทำชำเราจนสำเร็จความใคร่คนละครั้ง ซึ่งนางสาวกุลมิใช่ภริยาจำเลยกับพวกและอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ การกระทำของจำเลยกับพวกทั้งหมดดังกล่าวมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๘, ๒๘๑, ๒๘๔, ๘๓ จำเลยต่างให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๗๘, ๒๘๑, ๒๘๔, ๘๓ ลงโทษตามมาตรา ๒๗๖, ๒๘๑, ๘๓ ซึ่งเป็นบทหนักจำคุกคนละ ๖ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุกคนละ ๔ ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์สำหรับจำเลยที่ ๑ไม่พอฟังลงโทษ พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์เฉพาะจำเลยที่ ๑นอกจากที่แก้ ยืน โจทก์และจำเลยที่ ๒ ฎีกา จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่าข้อเท็จจริงในทางพิจารณาเกี่ยวกับจำเลยที่ ๒ แตกต่างกับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในฟ้อง ชอบที่จะยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ได้กระทำผิดจริงดังฟ้องแล้ววินิจฉัยฎีกาของจำเลยที่ ๒ ที่ว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ กับพวกอีก ๓ คนข่มขืนกระทำชำเรานางสาวกุล ข้อเท็จจริงจึงต่างกับฟ้องในสารสำคัญ ศาลต้องยกฟ้อง โดยวินิจฉัยว่า ประเด็นสำคัญของคดีก็คือว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยที่ ๒ กับพวกอีก ๓ คนข่มขืนกระทำชำเรานางสาวกุล อันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง สารสำคัญของฟ้องมีดังกล่าวส่วนข้อเท็จจริงที่ปรากฏตามทางพิจารณาที่ว่าพวกของจำเลยที่ ๒ บางคนรู้ตัวแน่ชัดว่าเป็นจำเลยที่ ๑ นายสำลี กับชายอีกคนหนึ่งนั้น ก็เป็นเพียงรายละเอียด หาใช่ข้อสารสำคัญไม่ จำเลยที่ ๒ ก็นำสืบต่อสู้อ้างฐานที่อยู่ เห็นได้ว่าจำเลยมิได้หลงต่อสู้คดีเลยศาลจึงลงโทษจำเลยได้ แต่ที่ศาลล่างทั้งสองเห็นว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบท และปรับบทลงโทษตามมาตรา ๒๘๑ มาด้วยนั้นยังคลาดเคลื่อนอยู่ เพราะการที่จำเลยฉุดคร่ากระทำอนาจารแก่ผู้เสียหาย แล้วต่อมาได้ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายนั้น เป็นการกระทำความผิดหลายกรรมต่างกัน และมาตรา ๒๘๑ มิได้บัญญัติการกระทำอันเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้ จึงไม่จำต้องยกขึ้นปรับบทลงโทษจำเลยด้วย อนึ่ง ปรากฏว่าความผิดฐานกระทำอนาจารโดยใช้กำลังประทุษร้ายตามมาตรา ๒๗๘ นั้น เป็นความผิดตามมาตรา ๒๘๔อันเป็นบทเฉพาะแล้ว จึงไม่จำต้องยกมาตรา ๒๗๘ ขึ้นปรับบทลงโทษจำเลยอีกเช่นกัน พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๔, ๘๓ ลงโทษตามมาตรา ๒๗๖, ๘๓ซึ่งเป็นกระทงที่หนักที่สุดตามมาตรา ๙๑ ส่วนการกำหนดโทษและลดโทษคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2770/2515 พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี โจทก์ นายสมศรี เทพนวล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดอุดรธานี · จำเลย - นายสมศรี เทพนวล ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรัญ อิศระ · อุทัย ศุภนิตย์ · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายบุญศรี กอบบุญ · ศาลอุทธรณ์ - มงคล วัลยะเพ็ชร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7083/2538ฎีกา 9114/2552ฎีกา 681/2491ฎีกา 19406/2555ฎีกา 892/2497ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 1411/2499ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 119/2517ฎีกา 1368/2509ฎีกา 3814/2549ฎีกา 901/2480ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 2108/2536ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 831/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา