คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ค่าปรับที่ศาลสั่งปรับนายประกันมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลจะลดเบี้ยปรับลงได้ก็ต่อเมื่อพิเคราะห์ถึงทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินเท่านั้น
ย่อคำพิพากษา
ค่าปรับที่ศาลสั่งปรับนายประกันตามสัญญาประกันนั้นมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ การที่จะลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนลงมาเป็นจำนวนพอสมควรเท่าใดนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 119 ก็ดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 383 ก็ดีศาลย่อมต้องพิเคราะห์ถึงทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมายไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินแต่อย่างเดียวเท่านั้น
ในคดีอาญาที่จำเลยมีประกันตัวไปในระหว่างพิจารณา ต่อมานายประกันไม่นำตัวจำเลยมาส่งศาลตามนัด ทำให้ไม่ได้ตัวจำเลยมาทำการพิจารณาพิพากษา ย่อมทำให้เสียหายแก่ความยุติธรรมไม่ว่าจำเลยจะเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ก็ตาม และจะเป็นช่องทางให้จำเลยคดีอื่นใดกระทำเช่นคดีนี้บ้างความสงบเรียบร้อยก็จะหาได้ยาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติปรามการค้าประเวณี พ.ศ. ๒๕๐๓ มาตรา ๕(๑) (๒) และผู้ร้องได้ประกันตัวจำเลยไปในระหว่างพิจารณา แล้วนายประกันผู้ร้องผิดสัญญาประกัน ไม่สามารถส่งตัวจำเลยต่อศาลตามกำหนดนัดของศาลถึงสามครั้ง ศาลชั้นต้นจึงมีคำสั่งปรับนายประกัน ผู้ร้องเป็นเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท เต็มตามที่กำหนดไว้ในสัญญาประกัน
นายประกันอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ค่าปรับที่ศาลสั่งปรับนายประกันนั้นมีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ ศาลมีอำนาจลดลงมาเป็นจำนวนพอสมควรได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ พิพากษาแก้ว่าให้ปรับผู้ร้องเป็นเงิน ๕,๐๐๐ บาท
นายประกันฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่นายประกันผู้ร้องอ้างว่า โทษที่กฎหมายกำหนดสำหรับความผิดในคดีนี้ เพียงจำคุกไม่เกิน ๓ เดือน ปรับไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท หรือทั้งปรับทั้งจำ ซึ่งศาลอาจใช้ดุลพินิจกำหนดโทษปรับเพียง ๕๐ บาท หรือ ๑๕๐ บาท เท่านั้นก็ได้ ศาลฎีกาเห็นว่า จำนวนเงินที่นายประกันจะต้องชำระต่อศาลเมื่อผิดสัญญาประกันนั้น มีลักษณะเป็นเบี้ยปรับ การที่จะลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนลงเป็นจำนวนพอสมควรเท่าใดนั้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๑๙ ก็ดี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๓ ก็ดี ศาลย่อมต้องพิเคราะห์ถึงทางได้เสียทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สินแต่อย่างเดียวเท่านั้น ในกรณีที่ไม่ได้ตัวจำเลยมาทำการพิจารณาพิพากษาเช่นคดีนี้ย่อมทำให้เสียหายแก่ความยุติธรรม ไม่ว่าจำเลยจะเป็นผู้กระทำผิดหรือไม่ก็ตามและจะเป็นช่องทางให้จำเลยในคดีอื่นกระทำเช่นนี้บ้างความสงบเรียบร้อยก็จะหาได้ยาก และการประกันตัวจำเลยนั้นก็เป็นความสมัครใจของนายประกันผู้ร้องเองที่สัญญาว่าจะปฏิบัติตามนัดของศาลและยอมใช้เบี้ยปรับเต็มจำนวนในสัญญาประกันซึ่งศาลอุทธรณ์ก็ได้ลดจำนวนค่าปรับลงมาถึงกึ่งจำนวนของค่าปรับเดิมแล้ว จนบัดนี้นายประกันผู้ร้องก็ยังไม่สามารถติดตามตัวจำเลยมาส่งศาล จึงยังไม่มีเหตุอันใดที่จะลดจำนวนค่าปรับให้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2778/2515
พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์
นางสมจิตร พูลสุข จำเลย
นายแสวง หุตะเจริญ นายประกัน ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - นางสมจิตร พูลสุข · ผู้ร้อง - นายแสวง หุตะเจริญ นายประกัน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | แผ้ว ศิวะบวร · ประสาท สุคนธมาน · ประพนธ์ ศาตะมาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดชลบุรี - นายปรีชา พยัคฆพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช จรมาศ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา