⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1492/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อตกลงในสัญญาเช่าซื้อที่กำหนดให้ผู้เช่าซื้อต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระจนครบถ้วนเมื่อสัญญาเลิกกัน ถือเป็นเบี้ยปรับที่ศาลมีอำนาจกำหนดให้เหมาะสมได้

ย่อคำพิพากษา

ข้อกำหนดตามสัญญาเช่าซื้อที่ว่า ถ้าสัญญาต้องเลิกกันผู้เช่าซื้อตกลงที่จะชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนเลิกสัญญาจนครบถ้วนแก่เจ้าของ จนถึงวันที่เจ้าของได้รับรถยนต์คืนหรือวันบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อนั้น เป็นการกำหนดความรับผิดของผู้เช่าซื้อนอกเหนือไปจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 574 วรรคหนึ่ง ซึ่งมิใช่บทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน จึงใช้บังคับได้แต่ข้อตกลงดังกล่าวเป็นการกำหนดค่าเสียหายไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 379 ซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้เหมาะสมได้เองตามมาตรา 383 วรรคหนึ่งไม่เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.383 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.574

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2539 จำเลยที่ 1ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ไปจากโจทก์ในราคา 410,298 บาทตกลงชำระค่าเช่าซื้อ 42 งวด งวดละ 9,769 บาท ต่อเดือนเริ่มชำระงวดแรกวันที่ 20 มีนาคม 2539 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 20 ของเดือนถัดไปจนกว่าจะครบ หากผิดนัดชำระงวดหนึ่งงวดใด โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยจำเลยที่ 2และที่ 3 ทำสัญญาค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมจำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 9 ประจำวันที่ 20พฤศจิกายน 2539 เป็นต้นมา โจทก์บอกเลิกสัญญาแล้วแต่จำเลยที่ 1 ยังครอบครองใช้รถยนต์ของโจทก์ ต่อมาโจทก์ติดตามยึดรถยนต์คืนได้ในสภาพชำรุดและนำออกประมูลขายได้เงิน 168,224.30 บาท ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายขาดราคา 163,621.70 บาท แต่ขอคิดเพียง 163,621 บาทค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนบอกเลิกสัญญา 6 งวด เป็นเงิน58,614 บาท ค่าติดตามรถยนต์คืน 3,500 บาท ค่าจ้างลากรถยนต์ 1,600 บาท ขอให้บังคับจำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน 227,635 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปีของต้นเงิน 227,635 บาท นับถัดจากวันฟ้องไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ จำเลยทั้งสามขาดนัดยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงิน74,600 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน74,600 บาท นับแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2541 ไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 11 มีนาคม2539 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์หมายเลขทะเบียน 4 อ-2858กรุงเทพมหานคร ไปจากโจทก์ในราคา 410,298 บาท ตกลงชำระค่าเช่าซื้อ 42 งวด งวดละ 9,769 บาท ต่อเดือน เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 20 มีนาคม 2539 หากผิดนัดงวดหนึ่งงวดใดโจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยจำเลยที่ 2 และที่ 3 เป็นผู้ค้ำประกันยอมรับผิดอย่างลูกหนี้ร่วมตามสัญญาเช่าซื้อและสัญญาค้ำประกันเอกสารหมาย จ.4 ถึง จ.6 จำเลยที่ 1 ผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อตั้งแต่งวดที่ 9 ประจำวันที่ 20 พฤศจิกายน 2539 โจทก์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้ว แต่จำเลยที่ 1 ยังครอบครองรถยนต์ที่เช่าซื้อต่อไปเมื่อวันที่ 20 เมษายน 2540 โจทก์ติดตามยึดรถยนต์ที่เช่าซื้อและนำออกประมูลขายไปแล้ว สำหรับค่าเสียหายเป็นค่าติดตามรถยนต์ที่เช่าซื้อและค่าลากรถยนต์ที่เช่าซื้อซึ่งศาลชั้นต้นกำหนดให้เฉพาะค่าลากรถยนต์ที่เช่าซื้อเป็นเงิน 1,600 บาท ค่าขาดราคารถยนต์ที่เช่าซื้อศาลล่างทั้งสองกำหนดให้ 55,000 บาท เป็นอันยุติไปตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง คดีมีปัญหาข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการเดียวว่า โจทก์มีสิทธิเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระตามฟ้องหรือไม่โดยโจทก์ฎีกาว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 574วรรคหนึ่ง ไม่ได้บัญญัติห้ามเจ้าของทรัพย์ที่ให้เช่าซื้อเรียกค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระ เมื่อมีการเลิกสัญญาเช่าซื้อจำเลยที่ 1 มีหน้าที่ต้องชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนเลิกสัญญาตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมายจ.4 ข้อ 1 วรรคท้าย โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าเสียหายเป็นค่าใช้ทรัพย์ก่อนเลิกสัญญา เพราะจำเลยที่ 1 ครอบครองและใช้สอยรถยนต์ที่เช่าซื้อโดยชอบ และโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 รับผิดชำระค่าเช่าซื้อค้างชำระก่อนเลิกสัญญา การที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนเลิกสัญญาเป็นเบี้ยปรับและกำหนดค่าเสียหายเป็นค่าใช้ทรัพย์จึงไม่ถูกต้องนั้น เห็นว่า เมื่อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อแล้วผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิตามที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 574 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้คือริบค่าเช่าซื้อที่ส่งไว้แล้วกับเรียกร้องทรัพย์ที่เช่าซื้อคืน ข้อกำหนดตามสัญญาเช่าซื้อเอกสารหมาย จ.4 ข้อ 1 วรรคท้ายที่ว่า แม้ในที่สุดต่อไปภายหน้าสัญญาต้องเลิกกัน ผู้เช่าซื้อตกลงที่จะชำระค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนเลิกสัญญาจนครบถ้วนแก่เจ้าของ จนถึงวันที่เจ้าของได้รับรถยนต์คืนหรือวันบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อนั้น เป็นการกำหนดความรับผิดของผู้เช่าซื้อนอกเหนือไปจากบทบัญญัติตามมาตรา 574 วรรคหนึ่ง แต่บทมาตราดังกล่าวมิใช่บทบัญญัติอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงใช้บังคับได้ อย่างไรก็ตามข้อกำหนดตามสัญญาเช่าซื้อดังกล่าวเป็นการกำหนดค่าเสียหายหรือค่าสินไหมทดแทนความเสียหายซึ่งคู่สัญญากำหนดกันไว้ล่วงหน้าจึงเป็นเบี้ยปรับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 379 ซึ่งศาลมีอำนาจใช้ดุลพินิจกำหนดให้เหมาะสมได้ตามมาตรา 383 วรรคหนึ่งฉะนั้นที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ค่าเช่าซื้อที่ค้างชำระก่อนเลิกสัญญาเป็นเบี้ยปรับและใช้ดุลพินิจกำหนดค่าเสียหายตามที่เห็นสมควรจึงชอบแล้วและไม่เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าหรือนอกเหนือจากที่ปรากฏในคำฟ้อง ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1492/2544 บริษัท ซิตี้ลิสซิง จำกัด โจทก์ นางสาว ประภาพรรณ พูลสันติวัฒนา กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท ซิตี้ลิสซิง จำกัด · จำเลย - นางสาว ประภาพรรณ พูลสันติวัฒนา กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมศักดิ์ เนตรมัย · ระพินทร บรรจงศิลป · ชวลิต ศรีสง่า
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3616/2558ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 4873/2528ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 615/2531ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา