⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2809-2810/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2809-2810/2515

ป.พ.พ. ม.171, 204, 213 ฯลฯ · ป.วิ.แพ่ง ม.142, 179, 183 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น หากคู่ความไม่โต้แย้งไว้ จะไม่มีสิทธิอุทธรณ์คำสั่งนั้นในภายหลัง 2. สัญญาจะซื้อขายที่ดินที่กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้แน่นอน หากผู้ซื้อผิดนัด ผู้ขายจะบอกเลิกสัญญาได้ก็ต่อเมื่อได้บอกกล่าวให้ผู้ซื้อชำระหนี้ภายในระยะเวลาพอสมควรก่อนแล้วเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้และสั่งงดสืบพยานแล้วนัดฟังคำพิพากษาคำสั่งของศาลชั้นต้นดังกล่าวเป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณา ก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดีหากจำเลยเห็นว่าไม่ถูกต้องก็ชอบที่จะโต้แย้งไว้เพื่อจะได้อุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อไป เมื่อจำเลยมิได้โต้แย้งไว้ย่อมไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าว ตามสัญญาจะซื้อขายที่ดินระหว่างโจทก์จำเลยมิได้ระบุชัดแจ้งว่าหากผู้ซื้อผิดนัดไม่นำเงินที่เหลือมาชำระให้แก่ผู้ขายตามกำหนดสัญญาจะซื้อขายเป็นอันเลิกกันทันทีแม้จะได้กำหนดเวลาการชำระหนี้ค่าที่ดินที่ค้างไว้แน่นอนแล้วก็ตาม แต่วัตถุประสงค์แห่งสัญญานั้นว่าโดยสภาพหรือโดยเจตนาที่คู่สัญญาแสดงไว้ มิใช่ว่าจะเป็นผลสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ ณ เวลาที่กำหนดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 388 สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวจึงต้องบังคับตามมาตรา 387กล่าวคือ จำเลยผู้ขายจะต้องบอกกล่าวให้โจทก์ผู้ซื้อชำระหนี้ภายในระยะเวลาพอสมควรก่อน ถ้าโจทก์ไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาดังกล่าวนั้นจำเลยจึงจะบอกเลิกสัญญาเสียได้ หากยังมิได้ปฏิบัติเช่นนั้น จำเลยก็ไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.171 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.213 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.386 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.387 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.388

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.226 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ตกลงซื้อที่ดินโฉนดที่ ๒๘๔๐ จากจำเลยในราคา ๖๐,๓๐๐ บาท จำเลยได้รับเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้แล้ว๑๐,๐๐๐ บาท ส่วนที่เหลือจะชำระในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๑๒ จำเลยไม่ยอมรับชำระหนี้ตามนัดแล้วบอกเลิกสัญญา ขอให้บังคับจำเลยรับเงินและโอนที่ดินให้โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่ได้ใช้เงินที่เหลือให้จำเลยตามสัญญา สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ยอมให้จำเลยเข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินที่ซื้อขาย แต่จำเลยผิดสัญญาไม่ชำระค่าที่ดินที่ค้างชำระโจทก์จึงริบเงินที่จำเลยชำระแล้ว สัญญาไม่ผูกพันต่อไป ขอให้ขับไล่จำเลยออกจากที่ดินและใช้ค่าเสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ผิดนัดไม่ไปรับเงินและโอนที่ดินให้จำเลย ศาลชั้นต้นให้เรียกโจทก์สำนวนแรกซึ่งจำเลยสำนวนหลังว่าโจทก์และให้เรียกจำเลยสำนวนแรกซึ่งเป็นโจทก์สำนวนหลังว่าจำเลย ศาลชั้นต้นสอบข้อเท็จจริงบางประการแล้วสั่งงดสืบพยานวินิจฉัยว่าแม้จะฟังว่าโจทก์ผิดนัดไม่ชำระราคาที่ดินที่ค้างตามเวลาที่กำหนดแต่จำเลยมิได้กำหนดเวลาให้โจทก์ชำระราคาที่ดินก่อนบอกเลิกสัญญาจำเลยยังไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญา พิพากษาให้จำเลยโอนที่ดินพิพาทให้โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระราคาที่ดินที่ค้างให้จำเลย ฟ้องของจำเลยให้ยก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา จำเลยฎีกาข้อแรกว่า ที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้นั้นไม่ชอบ และที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยาน ก็ไม่ถูกต้อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปรากฏว่าในวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๒ซึ่งเป็นวันนัดสืบพยานโจทก์ ศาลชั้นต้นได้สั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้ ตามที่ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องมา และเมื่อศาลชั้นต้นได้สอบข้อเท็จจริงบางประการแล้วเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้โดยไม่จำต้องสืบพยานทั้งสองฝ่าย จึงให้งดสืบพยานและนัดฟังคำพิพากษาวันที่ ๓๑ เดือนเดียวกัน เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลชั้นต้นสั่งอนุญาตให้โจทก์แก้ฟ้องได้ก็ดี ที่ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานทั้งสองฝ่ายโดยเห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้แล้วก็ดีล้วนแต่เป็นคำสั่งในระหว่างพิจารณาก่อนศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งชี้ขาดตัดสินคดี หากจำเลยเห็นว่าคำสั่งดังกล่าวไม่ถูกต้อง ก็ชอบที่จะโต้แย้งคำสั่งนั้นไว้ก่อน เพื่อจะได้อุทธรณ์คำสั่งนั้นต่อไป ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้โต้แย้งคำสั่งดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงไม่มีสิทธิอุทธรณ์ในปัญหาดังกล่าวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖(๒) แม้ศาลอุทธรณ์จะรับวินิจฉัยมา ก็หาทำให้จำเลยมีสิทธิฎีกาต่อไปไม่ฎีกาจำเลยสองข้อนี้ไม่เป็นฎีกาอันพึงรับไว้วินิจฉัย จึงตกไป จำเลยฎีกาว่า ตามสัญญาจะซื้อขายกำหนดเวลาชำระเงินไว้แน่นอน เมื่อโจทก์ไม่ชำระภายในกำหนด จำเลยย่อมบอกเลิกสัญญาเสียได้โดยไม่จำต้องบอกกล่าวให้โจทก์ชำระหนี้อีก ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในปัญหาที่ว่าหากโจทก์ไม่ชำระเงินตามกำหนดเวลา จำเลยจะมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้หรือไม่นั้น เห็นว่าตามสัญญาจะซื้อขายระหว่างโจทก์จำเลย ไม่ได้ระบุชัดแจ้งว่า หากผู้ซื้อผิดนัดไม่นำเงินที่เหลือมาชำระแก่ผู้ขายตามกำหนดแล้ว สัญญาจะซื้อขายเป็นอันเลิกกันทันที แม้จะได้กำหนดเวลาการชำระหนี้ค่าที่ดินที่ค้างไว้แน่นอนแล้วก็ตาม แต่วัตถุประสงค์แห่งสัญญานั้นว่าโดยสภาพหรือโดยเจตนาที่คู่สัญญาแสดงไว้มิใช่ว่าจะเป็นผลสำเร็จได้ก็แต่ด้วยการชำระหนี้ ณ เวลาที่กำหนด ตามความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๓๘๘ สัญญาจะซื้อขายดังกล่าวจึงต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๘๗ กล่าวคือ จำเลยจะต้องบอกกล่าวให้โจทก์ชำระหนี้ภายในระยะเวลาพอสมควรก่อน ถ้าโจทก์ไม่ชำระหนี้ภายในระยะเวลาดังกล่าวนั้น จำเลยจึงจะบอกเลิกสัญญาเสียได้ แต่ไม่ปรากฏว่าจำเลยได้ปฏิบัติเช่นนั้น จำเลยจึงไม่มีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามที่จำเลยต่อสู้สัญญาระหว่างโจทก์จำเลยยังมีผลผูกพันอยู่ โจทก์มีสิทธิขอบังคับให้จำเลยชำระหนี้ตามสัญญา โดยเสนอชำระหนี้ตอบแทนได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2809 - 2810/2515 นางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน โจทก์ นายวิเชษฐ์ สุทธยาคม จำเลย นายวิเชษฐ์ สุทธยาคม โจทก์ นางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน · จำเลย - นายวิเชษฐ์ สุทธยาคม · โจทก์ - นายวิเชษฐ์ สุทธยาคม · จำเลย - นางสมบูรณ์สุข ดีวาจิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)กฤษณ์ โสภิตกุล · อุดม เพชรคุปต์ · พิชัย รชตะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสงวน สิทธิไชย · ศาลอุทธรณ์ - นายสมบัติ วังตาล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 591/2531ฎีกา 10166/2539ฎีกา 5473/2548ฎีกา 5317/2538ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3231/2557ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2194/2552ฎีกา 763/2484ฎีกา 1079/2497ฎีกา 1649/2498ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1196/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา