⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 296/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ได้ลงลายมือชื่อในบันทึกของพนักงานสอบสวนว่าได้รับเงินจำนวน 12,000 บาทจากจำเลยแล้ว ย่อมถือว่าโจทก์ได้ยอมรับว่าจำเลยได้ชำระหนี้จำนวนดังกล่าวแล้ว

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินกู้พร้อมดอกเบี้ย 20,625 บาทจำเลยให้การว่า ได้ชำระแก่โจทก์แล้วสองคราว ๆ แรกชำระดอกเบี้ยด้วยเงินสด 1,500 บาท ครั้งที่สองชำระด้วยเช็ค 12,000 บาทแต่ถึงกำหนดเช็คไม่มีเงิน จึงถูกโจทก์แจ้งความเอาผิดต่อตำรวจจำเลยได้นำเงิน 12,000 บาทไปมอบให้พนักงานสอบสวนพนักงานสอบสวนได้บันทึกและให้โจทก์เซ็นรับเงินดังกล่าวไว้ในบันทึกนั้นแล้ว จำเลยย่อมนำสืบอ้างบันทึกซึ่งมีลายมือชื่อโจทก์ผู้ให้กู้ว่าได้มีการใช้เงินได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับจำเลยชำระเงินกู้และดอกเบี้ยถึงวันฟ้องจำนวน ๒๐,๖๒๕ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่าได้กู้เงินโจทก์ไปตามฟ้องจริง แต่จำเลยได้ชำระให้แก่โจทก์แล้วสองระยะ คือชำระดอกเบี้ย ๑,๕๐๐ บาทให้แก่ตัวแทนของโจทก์ต่อมาจำเลยออกเช็คอีกฉบับหนึ่งจำนวนเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท ชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ ๆ นำเช็คดังกล่าวไปขึ้นเงินไม่ได้ได้แจ้งความต่อตำรวจจำเลยได้นำเงินจำนวนตามเช็คไปชำระหนี้ให้แก่โจทก์ต่อหน้าพนักงานสอบสวน จำเลยคงเป็นหนี้โจทก์อีก ๗,๑๒๕ บาท เท่านั้น ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วฟังว่า จำเลยคงค้างชำระเงินแก่โจทก์อยู่๗,๑๒๕ บาท พิพากษาให้ใช้เงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลล่างทั้งสองสำหรับข้อเท็จจริงที่จำเลยนำสืบ และวินิจฉัยข้อกฎหมายเกี่ยวกับการนำสืบการใช้เงินว่า เมื่อโจทก์แจ้งความต่อพนักงานสอบสวนในข้อหาไม่มีการใช้เงินตามเช็คตามที่จำเลยต่อสู้มานั้น จำเลยได้นำเงิน ๑๒,๐๐๐ บาท ไปมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อมอบแก่โจทก์ พนักงานสอบสวนได้ทำบันทึกไว้แล้วให้โจทก์เซ็นรับไป จำเลยย่อมนำสืบถึงการใช้เงินรายนี้ได้ เพราะจำเลยมีหลักฐานเป็นหนังสือ คือบันทึก (เอกสารหมาย ล.๔) ที่โจทก์ผู้ให้ยืมลงลายมือชื่อไว้มาแสดงแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2515 นางสมใจ หรือกิมลั้ง พุ่มประทุม โจทก์ นายรังษี บุณยะโหตระ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสมใจ หรือกิมลั้ง พุ่มประทุม · จำเลย - นายรังษี บุณยะโหตระ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · จำรูญ โชติรัต · อุทัย ศุภนิตย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายพยนต์ ยาวะประภาษ · ศาลอุทธรณ์ - สุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533ฎีกา 794/2509ฎีกา 3055/2526ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา