⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 467/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินเกินกว่าสองพันบาทขึ้นไป หากจะนำสืบว่าได้ใช้เงินคืนแล้ว ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ หรือมีการแทงเพิกถอนในสัญญากู้.

ย่อคำพิพากษา

หนี้ตามสัญญาเงินกู้ซึ่งแปลงมาจากหนี้ที่ค้างชำระราคาที่ดินที่ซื้อขายกันระหว่างโจทก์จำเลยนั้น จะนำสืบการใช้เงินได้ก็ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสือ ลงลายมือชื่อผู้ให้กู้มาแสดงว่าจำเลยได้ใช้เงินตามที่กู้แล้ว หรือได้มีการแทงเพิกถอนลงในสัญญากู้นั้น การที่โจทก์เซ็นในหนังสือสัญญาซื้อขาย (ที่ดินแปลงนั้น) ว่าได้รับเงินไปแล้วนั้น เป็นคนละเรื่องกับการกู้ยืมรายนี้ ยังไม่พอจะถือเป็นหลักฐานที่จำเลยได้คืนเงินกู้ให้โจทก์แล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ได้ขายที่ดินแปลงหนึ่งให้จำเลยราคา25,000 บาทชำระแล้ว 12,000 บาท ที่เหลือ 13,000 บาทได้แปลงเป็นหนี้เงินกู้ ถึงกำหนดตามสัญญากู้นั้นแล้วจำเลยไม่ชำระ ขอให้ศาลบังคับ จำเลยให้การรับว่าได้ซื้อที่ดินจากโจทก์ 25,000 บาท ค้างชำระ13,000 บาท แล้วทำสัญญากู้ไว้ตามฟ้องจริง แต่ต่อสู้ว่าได้ชำระเงินดังกล่าวให้แก่โจทก์แล้วโดยในวันไปทำการโอนทะเบียนกันนั้น จำเลยได้ขายฝากที่ดินดังกล่าวไว้กับผู้ซื้อ 22,000 บาท ชำระให้โจทก์ไปแล้ว จำเลยขอหนังสือสัญญากู้คืน โจทก์บอกว่าจะคืนให้ภายหลังแต่ก็ไม่คืนให้จำเลย ทั้งในสัญญาซื้อขายที่ดินที่โจทก์ขายให้จำเลยก็ระบุว่าโจทก์ได้รับเงินไปจากจำเลยเป็นค่าที่ดินเสร็จสิ้นแล้วซึ่งมีผลเท่ากับโจทก์ได้ออกใบรับเงินตามหนังสือสัญญากู้ให้แก่จำเลยหนี้สินตามสัญญากู้จึงระงับสิ้นไปแล้ว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินแก่โจทก์ตามฟ้อง จำเลยฎีกาต่อมา ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่าโจทก์มีหนังสือสัญญากู้มาเป็นหลักฐานว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ไป 13,000 บาท จำเลยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้มาแสดงว่าจำเลยได้ใช้เงินตามที่กู้นี้ให้โจทก์แล้ว หรือได้มีการแทงเพิกถอนลงในสัญญากู้นี้แต่อย่างไรที่จำเลยฎีกาว่าการที่โจทก์เซ็นในหนังสือสัญญาซื้อขายว่า ได้รับเงินไปแล้วนั้น ก็เป็นเรื่องเกี่ยวแก่การซื้อขายที่ดินเป็นคนละเรื่องกับการกู้ยืมรายนี้ ยังไม่พอจะถือเป็นหลักฐานที่จำเลยได้ชำระเงินกู้ให้โจทก์แล้ว ศาลฎีกาเห็นว่าที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยใช้เงินตามสัญญากู้ให้โจทก์นั้น ชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืนยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 467/2515 นางวัล หรือวัน เลี่ยงทุกข์ โจทก์ นายเสนียม ชื่นใจ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางวัล หรือวัน เลี่ยงทุกข์ · จำเลย - นายเสนียม ชื่นใจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำรูญ โชติรัต · สวัสดิ์ ภู่งาม · อุทัย ศุภนิตย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 320/2482ฎีกา 1345/2532ฎีกา 1462/2565ฎีกา 2923/2525ฎีกา 1452/2511ฎีกา 552/2548ฎีกา 2776/2525ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 2721/2548ฎีกา 94/2474ฎีกา 272/2490ฎีกา 1897/2538ฎีกา 199/2537ฎีกา 1277/2493ฎีกา 1578/2493ฎีกา 1313/2515ฎีกา 8732/2549ฎีกา 275/2487ฎีกา 978/2510ฎีกา 2195/2533ฎีกา 794/2509ฎีกา 3055/2526ฎีกา 1896/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา