⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 533/2515

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2515

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น บุตรผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิร้องขอต่อศาลเพื่อขออนุญาตขายที่ดินของตนได้ โดยผู้ปกครองเป็นผู้ดำเนินการ

ย่อคำพิพากษา

ผู้ร้องเคยเป็นโจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากผู้คัดค้าน แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาล โดยผู้คัดค้านยอมยกที่ดินให้แก่ผู้ร้องและบุตรผู้เยาว์ และผู้ร้องให้สัญญาว่าจะไม่นำที่ดินส่วนของบุตรผู้เยาว์ไปจำหน่ายจ่ายโอนหรือจำนองทั้งนี้จนกว่าบุตรผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าวแล้วย่อมมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในกระบวนพิจารณา บุตรผู้เยาว์ผู้ได้รับการให้ที่ดินเป็นบุคคลนอกคดี และสัญญาประนีประนอมยอมความก็มิได้มีเงื่อนไขห้ามบุตรผู้เยาว์มิให้จำหน่ายจ่ายโอนที่ดินส่วนของตนบุตรผู้เยาว์โดยผู้ปกครองย่อมมีอำนาจร้องขอต่อศาล ขออนุญาตทำนิติกรรมขายที่ดินของผู้เยาว์ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.521 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1546 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1700

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ตนเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กชายจักรกฤษณ์สิทธิวาร และสมานฉันท์ ผลประสิทธิ์ ประสงค์จะขายที่ดินสวนยางของบุตรผู้เยาว์ทั้งสาม ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต ผู้คัดค้านได้คัดค้านว่า ที่ดินแปลงนี้ผู้คัดค้านได้ทำสัญญาประนีประนอมกับผู้ร้องในคดีแพ่งแดงที่ ๑๒๒/๒๕๐๙ ของศาลจังหวัดจันทบุรีโดยผู้คัดค้านยอมให้ที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องและผู้เยาว์ และสัญญามีเงื่อนไขว่าผู้ร้องจะไม่นำที่ดินของผู้เยาว์ไปขายจนกว่าผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ ทั้งไม่มีเหตุสมควรขาย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องขายได้ในราคาไม่ต่ำกว่า ๘๐,๐๐๐ บาท ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง ผู้ร้องฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้คัดค้านเป็นบิดาของผู้เยาว์ทั้งสาม และที่ดินของผู้เยาว์ที่ขอขายนี้เป็นที่ดินที่ผู้คัดค้านทำสัญญายอมยกให้แก่ผู้เยาว์ในคดีที่ผู้ร้องฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากผู้คัดค้านหมายเลขแดงที่ ๑๒๒/๒๕๐๙สัญญายอมนั้น ข้อ ๑ ตอนท้ายมีความว่า "และเพื่อประโยชน์ของบุตรทั้งสามคนที่ระบุชื่อข้างต้น โจทก์ (ผู้ร้อง) เองก็ให้สัญญากับจำเลย(ผู้คัดค้าน) ว่าจะไม่นำที่ดินส่วนของบุตรทั้งสามไปจำหน่ายจ่ายโอนรวมถึงการจำนองด้วย ทั้งนี้จนกว่าบุตรทั้งสามทุกคนจะบรรลุนิติภาวะแล้ว" ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าว ย่อมมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ แต่บุตรผู้เยาว์ทั้งสามผู้ได้รับการให้ที่ดินเป็นบุคคลนอกคดี และสัญญาประนีประนอมยอมความก็มิได้มีเงื่อนไขห้ามบุตรผู้เยาว์มิให้จำหน่ายจ่ายโอนที่ดินส่วนของตนแต่อย่างใด ดังนั้น ผู้เยาว์โดยผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ปกครองย่อมมีอำนาจขออนุญาตทำนิติกรรมขายที่ดินของผู้เยาว์ได้ คดีมีปัญหาต่อไปว่ากรณีมีเหตุสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ขายที่ดินของผู้เยาว์หรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า กรณียังไม่มีความจำเป็นและสมควรที่จะขายที่ดินของผู้เยาว์พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2515 นางกิมหยิน วรรณศิลป์ โจทก์ นายบรรเทิง ผลประสิทธิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางกิมหยิน วรรณศิลป์ · จำเลย - นายบรรเทิง ผลประสิทธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สรรเสริญ ไกรจิตติ · จินตา บุณยอาคม · พิชัย รชตะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายเสรี แสงศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 181/2495ฎีกา 360/2502ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 988/2533ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 2335/2551ฎีกา 9487/2558ฎีกา 1251/2500ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2026/2494ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1084/2539ฎีกา 7051/2540ฎีกา 898/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา