คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาประนีประนอมยอมความมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในคดีเท่านั้น บุตรผู้เยาว์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกมีสิทธิร้องขอต่อศาลเพื่อขออนุญาตขายที่ดินของตนได้ โดยผู้ปกครองเป็นผู้ดำเนินการ
ย่อคำพิพากษา
ผู้ร้องเคยเป็นโจทก์ฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากผู้คัดค้าน แล้วทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันต่อหน้าศาล โดยผู้คัดค้านยอมยกที่ดินให้แก่ผู้ร้องและบุตรผู้เยาว์ และผู้ร้องให้สัญญาว่าจะไม่นำที่ดินส่วนของบุตรผู้เยาว์ไปจำหน่ายจ่ายโอนหรือจำนองทั้งนี้จนกว่าบุตรผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าวแล้วย่อมมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในกระบวนพิจารณา บุตรผู้เยาว์ผู้ได้รับการให้ที่ดินเป็นบุคคลนอกคดี และสัญญาประนีประนอมยอมความก็มิได้มีเงื่อนไขห้ามบุตรผู้เยาว์มิให้จำหน่ายจ่ายโอนที่ดินส่วนของตนบุตรผู้เยาว์โดยผู้ปกครองย่อมมีอำนาจร้องขอต่อศาล ขออนุญาตทำนิติกรรมขายที่ดินของผู้เยาว์ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ตนเป็นมารดาผู้ปกครองเด็กชายจักรกฤษณ์สิทธิวาร และสมานฉันท์ ผลประสิทธิ์ ประสงค์จะขายที่ดินสวนยางของบุตรผู้เยาว์ทั้งสาม ขอให้ศาลมีคำสั่งอนุญาต
ผู้คัดค้านได้คัดค้านว่า ที่ดินแปลงนี้ผู้คัดค้านได้ทำสัญญาประนีประนอมกับผู้ร้องในคดีแพ่งแดงที่ ๑๒๒/๒๕๐๙ ของศาลจังหวัดจันทบุรีโดยผู้คัดค้านยอมให้ที่ดินแปลงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องและผู้เยาว์ และสัญญามีเงื่อนไขว่าผู้ร้องจะไม่นำที่ดินของผู้เยาว์ไปขายจนกว่าผู้เยาว์จะบรรลุนิติภาวะ ทั้งไม่มีเหตุสมควรขาย
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ร้องขายได้ในราคาไม่ต่ำกว่า ๘๐,๐๐๐ บาท
ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องฎีกา
ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้คัดค้านเป็นบิดาของผู้เยาว์ทั้งสาม และที่ดินของผู้เยาว์ที่ขอขายนี้เป็นที่ดินที่ผู้คัดค้านทำสัญญายอมยกให้แก่ผู้เยาว์ในคดีที่ผู้ร้องฟ้องขอแบ่งทรัพย์จากผู้คัดค้านหมายเลขแดงที่ ๑๒๒/๒๕๐๙สัญญายอมนั้น ข้อ ๑ ตอนท้ายมีความว่า "และเพื่อประโยชน์ของบุตรทั้งสามคนที่ระบุชื่อข้างต้น โจทก์ (ผู้ร้อง) เองก็ให้สัญญากับจำเลย(ผู้คัดค้าน) ว่าจะไม่นำที่ดินส่วนของบุตรทั้งสามไปจำหน่ายจ่ายโอนรวมถึงการจำนองด้วย ทั้งนี้จนกว่าบุตรทั้งสามทุกคนจะบรรลุนิติภาวะแล้ว"
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า สัญญาประนีประนอมยอมความและคำพิพากษาตามยอมในคดีดังกล่าว ย่อมมีผลผูกพันเฉพาะคู่ความในกระบวนพิจารณาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ แต่บุตรผู้เยาว์ทั้งสามผู้ได้รับการให้ที่ดินเป็นบุคคลนอกคดี และสัญญาประนีประนอมยอมความก็มิได้มีเงื่อนไขห้ามบุตรผู้เยาว์มิให้จำหน่ายจ่ายโอนที่ดินส่วนของตนแต่อย่างใด ดังนั้น ผู้เยาว์โดยผู้ร้องซึ่งเป็นผู้ปกครองย่อมมีอำนาจขออนุญาตทำนิติกรรมขายที่ดินของผู้เยาว์ได้ คดีมีปัญหาต่อไปว่ากรณีมีเหตุสมควรที่ศาลจะอนุญาตให้ขายที่ดินของผู้เยาว์หรือไม่
ศาลฎีกาเห็นว่า กรณียังไม่มีความจำเป็นและสมควรที่จะขายที่ดินของผู้เยาว์พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2515
นางกิมหยิน วรรณศิลป์ โจทก์
นายบรรเทิง ผลประสิทธิ์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางกิมหยิน วรรณศิลป์ · จำเลย - นายบรรเทิง ผลประสิทธิ์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สรรเสริญ ไกรจิตติ · จินตา บุณยอาคม · พิชัย รชตะนันทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดจันทบุรี - นายเสรี แสงศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี ชอบธรรม |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา