คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2515
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งอนุญาตให้จำเลยไม่ต้องไปฟังการพิจารณาและการสืบพยานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 172 ทวิ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน.
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาชี้ขาดประเด็นสำคัญในคดีแล้ว การอุทธรณ์เฉพาะคำสั่งระหว่างพิจารณาโดยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษา ย่อมต้องห้ามตาม ป.วิ.อ. มาตรา 196.
ย่อคำพิพากษา
คำสั่งศาลชั้นต้นที่สั่งอนุญาตให้จำเลยไม่ต้องไปฟังการพิจารณาและการสืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 172 ทวิ เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้ คดีเสร็จสำนวน
เมื่อศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาชี้ขาดประเด็นสำคัญในคดีแล้วโจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา โดยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษามาด้วย และไม่มีคู่ความฝ่ายใดอุทธรณ์คำพิพากษาไว้ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมย่อมต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 196
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์ร่วมอุทธรณ์ว่า ตามที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยไม่ไปฟังการพิจารณาและการสืบพยาน ยังไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๒ จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาคดีใหม่
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ไม่รับอุทธรณ์
โจทก์ร่วมอุทธรณ์คำสั่งที่ไม่รับอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ร่วมมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาในประเด็นสำคัญเรื่องทำร้ายผู้อื่นมาด้วย จึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ ตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๓๓/๒๔๘๑ ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพังงา โจทก์นายปาน รัตนไชย จำเลย ยกคำร้องอุทธรณ์คำสั่งของโจทก์ร่วม
โจทก์ร่วมฎีกาต่อมา
ศาลฎีกาได้ตรวจพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยไม่ต้องไปฟังการพิจารณาและสืบพยานโจทก์ ตามอำนาจของศาลชั้นต้นที่มีอยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๗๒ ทวิ (๑) คำสั่งของศาลชั้นต้นข้อนี้เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาที่ไม่ทำให้คดีเสร็จสำนวน ที่โจทก์ร่วมอุทธรณ์ว่าศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้จำเลยไม่ไปฟังการพิจารณาและการสืบพยานโจทก์ยังไม่มีเหตุอันสมควร ไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๗๒จึงเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ขอให้ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง แล้วพิจารณาคดีใหม่ เช่นนี้จึงเป็นอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณา เมื่อโจทก์ร่วมมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาของศาลชั้นต้นในประเด็นสำคัญของคดีมาด้วย และทั้งไม่ปรากฏว่ามีอุทธรณ์คำพิพากษาของโจทก์และจำเลยไว้แล้ว ดังนี้ อุทธรณ์ของโจทก์ร่วมจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๑๙๖ ศาลอุทธรณ์สั่งไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ร่วมชอบแล้วฎีกาของโจทก์ร่วมฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืนตามคำสั่งของศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 898/2515
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพิษณุโลก โจทก์
นายมรกต พิษณุวรานนท์ โจทก์ร่วม
นายเสน่ห์ ศรีคล้าย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพิษณุโลก · โจทก์ร่วม - นายมรกต พิษณุวรานนท์ · จำเลย - นายเสน่ห์ ศรีคล้าย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพิษณุโลก - นายเรืองสวัสดิ์ พรหมสาขา ณ สกล · ศาลอุทธรณ์ - ม.ร.ว. พูน ศรีธวัช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา