⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1051/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อมีการประนีประนอมยอมความให้แบ่งที่ดินแล้ว หากฝ่ายหนึ่งไม่ยอมแบ่ง อีกฝ่ายมีสิทธิเพียงขอให้บังคับตามสัญญาเท่านั้น จนกว่าจะมีการรังวัดแบ่งแยกเป็นส่วนสัด ที่ดินส่วนนั้นก็ยังไม่ถือว่าตกเป็นกรรมสิทธิ์ของฝ่ายที่ควรได้รับแบ่ง

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความยอมแบ่งที่ดินให้โจทก์ 4 ไร่ เมื่อแบ่งแยกจำเลยจะลงชื่อโจทก์ในโฉนดโดยจะวัดจากทิศเหนือลงมาทางทิศใต้ ให้ได้จำนวนเนื้อที่ 4ไร่ศาลได้พิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว หากจำเลยไม่ยอมแบ่งที่ดินให้โจทก์ก็มีแต่เพียงสิทธิที่จะขอให้บังคับจำเลยให้แบ่งให้โจทก์เท่านั้นแม้จะรู้ว่าส่วนที่จะแบ่งให้โจทก์นั้นอยู่ทางทิศไหนเมื่อยังไม่ได้มีการรังวัดแบ่งแยกให้เป็นส่วนสัด ที่ดินส่วนนั้นก็ยังไม่ตกเป็นของโจทก์ ทั้งโจทก์ยังไม่ได้เข้าครอบครองที่ดินโจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยเกี่ยวกับที่ดินนั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.271 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปไถดินและหว่านข้าวในที่ดินส่วนของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยใช้ค่าเสียหาย ๓,๐๐๐ บาท และขับไล่จำเลยห้ามเกี่ยวข้อง และให้ใช้ค่าเสียหายต่อไปปีละ ๑,๕๐๐ บาท จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่า ที่พิพาทยังไม่เป็นกรรมสิทธิ์ของเด็กชายโกศล จำเลยที่ ๒ ต่อสู้ว่า ไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่พิพาท ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้วินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้วพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา ข้อเท็จจริงได้ความว่า เดิมนายเสริม นาคทับที ได้ฟ้องนางเปลี่ยน เล็กโสภีและนายจุ่น เล็กโสภี ตามคดีแพ่งแดงที่ ๓๘๕/๒๕๑๒ ของศาลจังหวัดสุพรรณบุรีในคดีนั้นคู่ความได้ตกลงทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันว่า จำเลย(นางเปลี่ยน นายจุ่น) ยอมแบ่งที่ดินให้โจทก์ ๔ ไร่ เมื่อจำเลยแบ่งแยก จำเลยจะลงชื่อเด็กชายโกศล นาคทับที ในโฉนด จะวัดจากเหนือลงมาทางใต้ให้ได้จำนวนเนื้อที่ ๔ ไร่ และให้เจ้าพนักงานที่ดินไปทำการรังวัดแบ่งแยกศาลได้พิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความนั้นแล้ว ในขณะที่โจทก์นำคดีนี้มาฟ้องต่อศาล ยังไม่ได้บังคับคดีให้เป็นไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความโดยอยู่ในระหว่างโจทก์ขอให้บังคับคดีตามคำพิพากษา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อจำเลยทำยอมแบ่งที่ดินซึ่งพิพาทกันให้แก่โจทก์หากจำเลยไม่ยอมแบ่ง โจทก์ก็มีแต่เพียงสิทธิที่จะขอให้บังคับจำเลยให้แบ่งให้โจทก์เท่านั้น แม้จะรู้ว่าส่วนที่จะแบ่งให้โจทก์นั้นอยู่ทางทิศไหน เมื่อยังไม่ได้มีการรังวัดแบ่งแยกให้เป็นส่วนสัด ที่ดินส่วนนั้นก็ยังไม่ตกเป็นของโจทก์ ทั้งคดีนี้ก็ไม่ได้ความว่า โจทก์ได้เข้าครอบครองที่พิพาท โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ชอบแล้ว พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1051/2516 นายเสริม นาคทับที และในฐานะบิดา ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายโกศล นาคทับที โจทก์ นายจุ่น เล็กโสภี ที่ 1 นายสง่า แสนสุข ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความและในฐานะบิดา - นายเสริม นาคทับที · โจทก์ - ผู้แทนโดยชอบธรรมของเด็กชายโกศล นาคทับที · จำเลย - นายจุ่น เล็กโสภี ที่ 1 นายสง่า แสนสุข ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)รื่น วิไลชนม์ · เพรียบ หุตางกูร · สรรเสริญ ไกรจิตติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายสุชาติ สุขสุมิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1712/2539ฎีกา 5692/2538ฎีกา 2274/2537ฎีกา 356/2530ฎีกา 142/2492ฎีกา 795/2543ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 3996/2541ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 2026/2494ฎีกา 4549/2540ฎีกา 8680/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา