คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11-15/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้เสียหายตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค คือผู้ทรงเช็คที่ได้รับความเสียหายจากการที่เช็คถูกปฏิเสธการจ่ายเงิน หากผู้รับเช็คได้ชำระหนี้ตามเช็คด้วยเงินส่วนตัวของตนเองแล้วรับเช็คมาภายหลังความผิดเกิดขึ้น ผู้รับเช็คนั้นย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายตามกฎหมายดังกล่าว
ย่อคำพิพากษา
จำเลยออกเช็คชำระหนี้ค่าซื้อยาให้แก่บริษัท ท. เมื่อเช็คขึ้นเงินไม่ได้เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ม. ผู้จัดการบริษัท ท.ได้เอาเงินส่วนตัวของ ม. ชำระให้บริษัท ท. แทนไปแล้วรับเช็คดังกล่าวมา ดังนี้ม. ได้รับเช็คนั้นมาหลังจากความผิดเกิดขึ้นแล้ว ม. จึงไม่ใช่ผู้เสียหายไม่มีอำนาจร้องทุกข์หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดี ๕ สำนวนนี้ ศาลพิจารณาพิพากษารวมกัน
โจทก์ฟ้องจำเลยเป็นใจความอย่างเดียวกันทั้ง ๕ สำนวนว่า จำเลยได้ออกเช็คธนาคารกรุงเทพ จำกัด สาขาตรอกจันทร์ รวม ๕ ฉบับ ให้แก่นายมอกแซ่ตั้ง เพื่อชำระหนี้ต่างวันต่างเวลากัน เมื่อนายมอก แซ่ตั้ง นำเช็คดังกล่าวเข้าบัญชีเพื่อเรียกเก็บเงินธนาคารได้ปฏิเสธการจ่ายเงินและส่งเช็คคืน อ้างว่าเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่าย ทั้งนี้โดยจำเลยมีเจตนาออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชีอันจะพึงใช้เงินได้ในขณะออกเช็คและโดยเจตนาจะไม่ให้ใช้เงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๓ และนับโทษจำเลยติดต่อกัน
จำเลยให้การและขอเพิ่มเติมคำให้การ ปฏิเสธว่าไม่เคยออกเช็คให้นายมอกหรือจูมก นายมอกหรือจูมกเคยยืมเช็คที่โจทก์ฟ้องจากจำเลยเพื่อเป็นประกันเงินกู้กับผู้อื่นนายมอกไม่ใช่ผู้ทรงเช็ค จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย
ระหว่างพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น นายมอก แซ่ตั้ง ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ ศาลสั่งอนุญาต
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหาย ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ และไม่มีอำนาจเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ร่วมฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงตามศาลอุทธรณ์ว่า จำเลยได้ออกเช็ค ๕ ฉบับที่โจทก์ฟ้องนี้ชำระหนี้ค่าซื้อยาจากบริษัท ที พี ดรัก แลบบอราทอรีส์ จำกัดเมื่อเช็คนั้นขึ้นเงินไม่ได้ โจทก์ร่วมจึงเอาเงินส่วนตัวของโจทก์ร่วมชำระให้บริษัทแทนไป ดังนี้ ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ร่วมได้เช็คที่ฟ้องนี้มา เมื่อเช็คขึ้นเงินไม่ได้เพราะธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ความผิดได้เกิดขึ้นแล้วโจทก์ร่วมชำระเงินแทนไปเช่นนี้ โจทก์ในฐานะส่วนตัวมิใช่ผู้เสียหายแต่ประการใด แม้โจทก์ร่วมจะมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการบริษัทที พี ดรัก แลบบอราทอรีส์ จำกัด ก็ตาม เมื่อโจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายจึงไม่มีอำนาจร้องทุกข์หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์ได้
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11 - 15/2516
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายมอก แซ่ตั้ง โจทก์ร่วม
นายเอนก มีแสงนิล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · โจทก์ร่วม - นายมอก แซ่ตั้ง · จำเลย - นายเอนก มีแสงนิล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประสาท สุคนธมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · ธานินทร์ กรัยวิเชียร |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - ม.ร.ว. ชัยวัฒน์ ชมพูนุท · ศาลอุทธรณ์ - นายชุมพล จันทราทิพย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา