⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1122/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิ หรือเป็นการกระทำโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม ศาลมีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง แม้จำเลยจะมิได้ยกเหตุนั้นขึ้นต่อสู้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยอยู่กับผู้ตายซึ่งเป็นมารดาเลี้ยง จำเลยขอเงินผู้ตายเพื่อเอาไปให้หมอเป็นค่ารักษาไข้ ผู้ตายไม่ให้ และด่าจำเลยว่าลูกหมา ชาติหมา แล้วผู้ตายขึ้นไปชั้นบนถือปืนลูกซองลงมาจ้องจะยิงจำเลย จำเลยใช้มือซ้ายจับปากกระบอกปืนและใช้มือขวาจับด้ามขวาน เหวี่ยงสันขวานไปที่ขมับซ้ายของผู้ตาย ผู้ตายปล่อยปืนล้มนอนหงาย จำเลยแย่งปืนจากผู้ตายไว้ ขณะนั้นผู้ตายไม่มีอาวุธอะไรเลย และไม่มีโอกาสทำร้ายจำเลยได้อีกแล้ว จำเลยยังใช้ปืนยิงผู้ตายถึง 2 นัดที่หน้าอกและศีรษะและยังใช้สันขวานทุบศีรษะผู้ตายอีกโดยกระทำไปด้วยความโกรธ พฤติการณ์เช่นนี้ถือไม่ได้ว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิตามกฎหมาย เพราะภยันตรายที่จำเลยได้รับผ่านพ้นไปแล้ว และไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีก แต่การที่ผู้ตายด่าว่าจำเลยดังกล่าวแล้วและเอาปืนมาจ้องจะยิงจำเลย ข่มเหงจำเลยทั้งๆ ที่จำเลยหลบไปข้างประตู ผู้ตายยังถือปืนตามไปจ้องจะยิงจำเลยอีกจำเลยแย่งปืนได้ จึงใช้ปืนนั้นยิงและใช้ขวานทุบผู้ตายดังนี้ ถือได้ว่าจำเลยกระทำความผิดโดยบันดาลโทสะเพราะถูกข่มเหงอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรม แม้จำเลยจะมิได้ยกเหตุนี้ขึ้นต่อสู้ ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.72 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้ปืนลูกซองและขวานเป็นอาวุธยิงและตีนางวรรณดีศรีใจมูล โดยเจตนาฆ่า และนางวรรณดีถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลยขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ คืนปืนพร้อมกระสุนแก่นายจันทร์ผู้เป็นเจ้าของ และริบขวานกับปลอกกระสุนและหมอนกระสุนของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ลดมาตราส่วนโทษเพราะอายุน้อย และลดเพราะมีเหตุบรรเทาโทษแล้ว จำคุก ๘ ปี คืนปืนพร้อมกระสุนแก่นายจันทร์ ริบขวานกับปลอกและหมอนกระสุนของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุพิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๖๙ลดมาตราส่วนโทษเพราะอายุน้อยแล้ว คงจำคุก ๓ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติว่า จำเลยเป็นบุตรนายอ้ายนางฟองพอจำเลยอายุ ๑๑ ปี นางฟองได้สามีใหม่ ส่วนนายอ้ายได้นางวรรณดีผู้ตายเป็นภรรยาและได้พาจำเลยมาอยู่ด้วย จนกระทั่งจำเลยอายุ ๑๔ ปีนายอ้ายตาย ผู้ตายได้นายจันทร์เป็นสามี จำเลยอยู่กับผู้ตายตลอดมาเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๑๔ เวลาประมาณ ๗.๐๐ นาฬิกา นายจันทร์ออกจากบ้านไปลากไม้จำเลยอยู่บ้านกับผู้ตาย จำเลยขอเงินผู้ตาย ๑๐๐ บาทเพื่อเอาไปให้หมอเป็นค่ารักษาจำเลยเมื่อครั้งเป็นไข้ ผู้ตายไม่ให้และด่าจำเลยว่าลูกหมา ชาติหมา จำเลยพูดว่า แม่ว่าผมทำไมอย่างนี้ ผู้ตายขึ้นไปชั้นบนแล้วถือปืนลูกซองยาวลงมา และมีเข็มขัดบรรจุกระสุนปืนอยู่ในซองด้วย ผู้ตายยกปืนจ้องเล็งไปที่จำเลย จำเลยกระโดดหลบเข้าข้างประตู ผู้ตายเดินจ้องปืนเข้ามาใกล้จำเลยใช้มือซ้ายจับปากกระบอกปืนและใช้มือขวาจับด้ามขวานที่พิงอยู่ข้างประตูเหวี่ยงทางสันขวานไปที่ขมับซ้ายของผู้ตาย ผู้ตายปล่อยปืนล้มลงนอนหงาย จำเลยทิ้งขวานแล้วจับปืนของผู้ตายด้วยความโกรธยิงไปที่หน้าอกผู้ตาย ๑ นัดผู้ตายดิ้น จำเลยหักเอาปลอกกระสุนออกแล้วเอากระสุนในเข็มขัดปืนที่เอวผู้ตายมาบรรจุและยิงไปที่ศีรษะผู้ตายอีก ๑ นัดผู้ตายยังดิ้นอยู่จึงหักเอาปลอกกระสุนออกแล้วบรรจุใหม่แต่ไม่ยิงเปลี่ยนมาใช้ขวาน โดยใช้สันขวานทุบศีรษะผู้ตาย ๑ ที ผู้ตายถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุนั่นเอง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ผู้ตายใช้ปืนลูกซองยาวจ้องจะยิงจำเลยแล้วเกิดการแย่งปืนกัน และจำเลยเหวี่ยงสันขวานไปที่ขมับซ้ายของผู้ตายผู้ตายปล่อยปืนล้มลงนอนหงาย จำเลยแย่งปืนจากผู้ตายไว้ ขณะนั้นผู้ตายไม่มีอาวุธอะไรเลย และไม่มีโอกาสทำร้ายจำเลยได้อีกแล้วจำเลยยังใช้ปืนยิงผู้ตายถึง ๒ นัดที่หน้าอกและศีรษะ และยังใช้สันขวานทุบศีรษะผู้ตายอีก จำเลยกระทำลงไปด้วยความโกรธ ศาลฎีกาเห็นว่าพฤติการณ์เช่นนี้จะฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันสิทธิตามกฎหมายหาได้ไม่ เพราะภยันตรายที่จำเลยได้รับผ่านพ้นไปแล้วและไม่มีภยันตรายที่ใกล้จะถึงอีก การกระทำของจำเลยไม่เป็นการป้องกันตัวที่ศาลอุทธรณ์ฟังว่าการกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา แต่อย่างไรก็ดีศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า ผู้ตายเป็นฝ่ายผิดอยู่มากที่ด่าว่าจำเลยเป็นลูกหมา ชาติหมา แล้วขึ้นไปเอาปืนลูกซองจากชั้นบนลงมาเอาปืนจ้องจะยิงจำเลย ข่มเหงจำเลยทั้ง ๆ ที่จำเลยหลบไปข้างประตู ผู้ตายยังถือปืนตามไปจ้องจะยิงจำเลยอีก จำเลยแย่งปืนจากผู้ตายได้ ผู้ตายล้มลงนอนหงาย จำเลยใช้ปืนนั้นยิงผู้ตายและใช้ขวานทุบผู้ตาย เช่นนี้ เห็นได้ว่าจำเลยได้กระทำร้ายต่อผู้ข่มเหงจำเลยอย่างร้ายแรงด้วยเหตุอันไม่เป็นธรรมในระยะเวลาต่อเนื่องกระชั้นชิดติดกัน ถือได้ว่าจำเลยกระทำลงไปโดยบันดาลโทสะตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๒ ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้แม้จำเลยจะมิได้ยกเหตุนี้ขึ้นต่อสู้ ศาลก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยเองได้ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1122/2516 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย โจทก์ นายสม ทองซิว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงราย · จำเลย - นายสม ทองซิว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศวิต สมหวัง · สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายศักดิ์ อุตตโม · ศาลอุทธรณ์ - นายบัณฑิต พรหมบุญญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3382/2534ฎีกา 199-200/2494ฎีกา 994/2543ฎีกา 302/2550ฎีกา 661/2514ฎีกา 586/2527ฎีกา 227/2513ฎีกา 7122/2553ฎีกา 463/2523ฎีกา 1920/2533ฎีกา 1124/2529ฎีกา 2084/2537ฎีกา 600/2509ฎีกา 729/2496ฎีกา 1109/2567ฎีกา 769/2484ฎีกา 593/2484ฎีกา 1527/2527ฎีกา 5188/2540ฎีกา 1067/2502ฎีกา 2040/2542ฎีกา 5855/2550ฎีกา 871/2502ฎีกา 1948/2542
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา