⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1259/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1259/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว โจทก์ย่อมมีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยได้

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อน ศาลพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยฟังว่ามีการเช่าจริงแต่โจทก์ยังมิได้บอกเลิกการเช่า จึงฟ้องขับไล่จำเลยไม่ได้ ดังนี้เมื่อโจทก์บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว โจทก์ย่อมฟ้องขับไล่จำเลยใหม่ได้ไม่เป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เดิม จำเลยเช่าที่ดินจากมารดาโจทก์และซื้อบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินดังกล่าวจากผู้มีชื่อ ต่อมามารดาโจทก์ยกที่ดินให้โจทก์แล้วโจทก์มอบให้ทนายโจทก์มีหนังสือบอกเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไป ถือว่าจำเลยอยู่โดยละเมิด ขอให้ขับไล่จำเลยและบริวาร และให้จำเลยรื้อบ้านของจำเลยออกจากที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้างและค่าเสียหาย กับชดใช้ค่าเสียหายเป็นรายเดือนจนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยให้การว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่พิพาทหรือไม่ จำเลยไม่รับรองโจทก์เคยฟ้องขับไล่จำเลย อ้างว่าสัญญาเช่าระหว่างจำเลยกับมารดาโจทก์หมดแล้วแต่ศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโดยฟังว่าสัญญาเช่ายังคงใช้บังคับอยู่ และจำเลยไม่ติดค้างค่าเช่า คดีถึงที่สุด ปรากฏตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๖๓๐๒/๒๕๑๐ฟ้องโจทก์คดีนี้มีประเด็นข้อหาเช่นเดียวกับคดีก่อน เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยไม่ได้ค้างชำระค่าเช่าดังฟ้อง จำเลยได้รับความคุ้มครองจากพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่าขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นเห็นว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ จำเลยไม่ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน จำเลยค้างชำระค่าเช่าจริงและโจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว พิพากษาขับไล่จำเลยและบริวาร ทั้งให้จำเลยรื้อถอนบ้านออกจากที่พิพาท ให้จำเลยชำระค่าเช่า ค่าเสียหาย และใช้ค่าเสียหายรายเดือนนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีก่อนศาลแพ่งพิพากษายกฟ้องโจทก์โดยวินิจฉัยประเด็นเดียวว่า โจทก์ยังมิได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลย โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องจำเลยคดีนี้โจทก์กล่าวในฟ้องว่า โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยไม่ยอมออกไปโจทก์จึงฟ้องขับไล่จำเลย ดังนี้ เห็นได้ว่าคดีก่อนศาลฟังว่ามีการเช่ากันจริง แต่โจทก์ยังมิได้บอกเลิกการเช่าจึงฟ้องขับไล่ไม่ได้ ส่วนคดีนี้โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลยแล้ว จึงมาฟ้องขับไล่จำเลยมีข้อวินิจฉัยต่างกัน จึงเป็นประเด็นที่มิได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ส่วนประเด็นอื่น ๆแม้จะซ้ำกัน แต่คดีก่อนศาลยังมิได้วินิจฉัยชี้ขาดไว้ประการใด ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1259/2516 นางอรุณดี ชัชกุล โจทก์ พันตำรวจตรีสุกรี โมกขะวรรธนะ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางอรุณดี ชัชกุล · จำเลย - พันตำรวจตรีสุกรี โมกขะวรรธนะ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · รัตน์ ศรีไกรวิน · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเจริญ น้อยพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายขจร หะวานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 1798/2506ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 6239/2551ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 82/2512ฎีกา 2160/2518
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา