⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1468/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1468/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยยักยอกเงินที่ได้รับมอบหมายให้เก็บรักษาไว้โดยมิใช่หน้าที่ราชการของตนเอง เป็นความผิดฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นเสมียนประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอ มีหน้าที่เกี่ยวกับ การรับจ่ายเงินได้ยักยอกเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูซึ่งแผนกศึกษาธิการอำเภอเรียกเก็บจากผู้สมัคร แต่หน้าที่รับสมัครและรับเงินดังกล่าวนี้ผู้ช่วยศึกษาธิการมีคำสั่งให้ ป. ครูช่วยราชการแผนกศึกษาธิการอำเภอเป็นผู้ทำ ป. ไปราชการ ณ.ครูช่วยราชการได้รับสมัครและรับเงินค่าสมัครไว้แทน ป. แล้วได้มอบเงินให้จำเลยเก็บรักษาไว้ การที่จำเลยรับเงินมาเก็บรักษาไว้นี้จึงมิใช่จัดการเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ราชการของจำเลยเมื่อจำเลยยักยอกไป จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 352 เท่านั้น ไม่เป็นความผิดตามมาตรา 147

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352 ประมวลกฎหมายอาญา ม.353

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับราชการตำแหน่งเสมียนพนักงานประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม สังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับแต่งตั้งให้ทำหน้าที่การเงินของแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุมตั้งฎีกาเบิกเงินเดือนและเงินอื่น ๆ ของข้าราชการครูสังกัดแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม และครูสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดในท้องที่อำเภอวาปีปทุม กับได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จ่ายเงินเดือนและเงินอื่น ๆในนามศึกษาธิการอำเภอ อำเภอวาปีปทุม ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายได้กระทำผิดกฎหมายต่อเนื่องกันคือ เมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๑๒ จำเลยได้เซ็นรับเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูของนายเหรียญนายเปลื้องนายประเทืองและนางชื่นจิต รวม ๑,๓๘๐ บาท ที่ได้ชำระไว้ต่อแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม เพื่อนำส่งที่ทำการศึกษาธิการจังหวัดมหาสารคามเป็นผลประโยชน์ค่าธรรมเนียมการสอบไล่ แล้วเบียดบังเอาเป็นของตนโดยทุจริตไม่นำส่งตามหน้าที่ราชการ และต่อมาระหว่างวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๑๒ ถึง๒๐ มิถุนายน ๒๕๑๒ ได้เบียดบังยักยอกเงินเดือนของข้าราชการครูอำเภอวาปีปทุมไปเป็นเงิน ๒๐,๘๓๐ บาท ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗,๑๕๗, ๓๕๒, ๓๕๓ ประมวลกฎหมายอาญาแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓, ๑๓กับให้คืนหรือใช้เงินที่ยักยอกไปด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย คดีฟังได้ว่าจำเลยเบียดบังยักยอกเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครู อ.ส.ข. จำนวน ๑,๓๘๐ บาท แต่ฟังไม่ได้ว่าจำเลยทุจริตเบียดบังยักยอกเงินเดือนของข้าราชการครูจำนวน ๒๐,๘๓๐ บาท พิพากษาแก้ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๓๕๒, ๓๕๓ประมวลกฎหมายอาญาแก้ไขเพิ่มเติม (พ.ศ. ๒๕๐๒) มาตรา ๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐จำคุก ๕ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑,๓๘๐ บาทแก่แผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยรับราชการเป็นเสมียนประจำแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม มีหน้าที่เกี่ยวกับการเงิน รับและจ่ายเงินทุกประเภทของแผนกศึกษาธิการอำเภอ ซึ่งมีเงินของครูประชาบาลสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด กับเงินของฝ่ายศึกษาธิการและเงินเบ็ดเตล็ดทุกประเภท ผู้ช่วยศึกษาธิการซึ่งรักษาการแทนศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุม ได้มีคำสั่งให้นายประดิษฐ์ครูช่วยราชการแผนกศึกษาธิการอำเภอวาปีปทุมรับสมัครครูที่สมัครอบรมสอบวิชาชุดครู (อ.ส.ช.) และรับเงินค่าสมัคร ต่อมาในวันที่ ๒๕มิถุนายน ๒๕๑๒ จำเลยได้รับเงินค่าสมัครอบรมสอบวิชาชุดครูรวม๑,๓๘๐ บาทไว้จากนางสาวปราณีซึ่งทำหน้าที่แทนนายประดิษฐ์ซึ่งไปราชการไว้แล้วนำไปใช้เป็นประโยชน์ส่วนตนเสียทั้งหมด ไม่นำส่งคืนเป็นการเบียดบังยักยอกเงินจำนวนดังกล่าว แล้ววินิจฉัยว่า เงินค่าสมัครสอบวิชาชุดครูนี้ นายดีผู้ช่วยศึกษาธิการพยานโจทก์ว่าไม่ใช่เงินรายได้ของจังหวัดหรืออำเภอ ที่ทางแผนกศึกษาธิการจังหวัดจัดเก็บและรับเงินรายนี้ก็เพื่อความสะดวกของเจ้าหน้าที่คุรุสภาซึ่งเป็นเงินตอบแทนแก่วิทยากรที่ทำการอบรมครูผู้สมัคร ถือได้ว่าเป็นเงินของทางการแผนกศึกษาธิการจัดเก็บไว้เป็นครั้งคราวตามความจำเป็น สุดแต่ทางราชการจะจัดให้มีการอบรมครูเพื่อสอบวิชาครูขึ้นเมื่อใด ก็จะได้ใช้จ่ายเงินรายนี้เป็นค่าตอบแทนแก่วิทยากรที่มาทำการอบรมครูผู้สมัคร ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีหน้าที่ตามระเบียบราชการในการจัดการเก็บรักษาเงินจำนวนนี้หน้าที่รับสมัครและเก็บเงินรายนี้เป็นของนายประดิษฐ์ซึ่งต้องเก็บรวบรวมส่งแก่นายดีผู้ช่วยศึกษาธิการอำเภอให้นำเก็บไว้ในกำปั่นทุกวัน การที่จำเลยรับเงินจำนวนนี้มาเก็บรักษาไว้จึงมิใช่การเก็บรักษาไว้ตามหน้าที่ราชการของจำเลยเมื่อจำเลย ยักยอกเงินดังกล่าวไป จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานเบียดบังยักยอกทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ และกรณีไม่เข้าตามมาตรา ๓๕๓ ด้วยจำเลยคงมีความผิดตามมาตรา ๓๕๒ ฐานยักยอกทรัพย์ตามธรรมดาเท่านั้น พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๕๒ ให้จำคุก ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1468/2516 พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม โจทก์ นายชัยนันท์ ประสาทนานนท์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดมหาสารคาม · จำเลย - นายชัยนันท์ ประสาทนานนท์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ ภู่งาม · ยงยุทธ เลอลภ · ล้วน นิลกำแหง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายสุพาสน์ จีระพันธ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายปสพ นพรัมภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1057/2514ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 404/2565ฎีกา 1140/2507ฎีกา 605/2511ฎีกา 979/2501ฎีกา 2252/2560ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555ฎีกา 15230/2555ฎีกา 898/2525ฎีกา 1112/2507ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2386/2541ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 530/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา