⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1621/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1621/2516

พ.ร.บ.ศุลกากร (ฉบับที่ 7) ม.5, 10 · ป.อาญา ม.80

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การพยายามกระทำความผิดตามกฎหมายศุลกากรมีโทษเช่นเดียวกับการกระทำความผิดสำเร็จ และศาลสามารถลงโทษตามบทบัญญัติที่กฎหมายศุลกากรฉบับที่แก้ไขใหม่โยงไปอ้างอิงได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบังอาจพยายามขนสินค้าผ่านเขตแดนทางบกออกนอกราชอาณาจักรเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชานอกทางอนุมัติแต่ถูกพนักงานเจ้าหน้าที่ขัดขวางจับกุมเสียก่อน ซึ่งเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 มาตรา 5อันมีบทลงโทษตามมาตรา 10 มาตรา 10 นี้ บัญญัติว่าผู้ฝ่าฝืนมาตรา 5 ต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 27แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 จึงเห็นได้ว่ามาตรา 10ดังกล่าวนั้นโยงไปให้เอาโทษในพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469มาตรา 27 มาใช้บังคับ เมื่อจำเลยกระทำผิดโดยฝ่าฝืนมาตรา 5, 10แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) ซึ่งการพยายามกระทำความผิดตามมาตรา 5 ก็มีโทษเช่นเดียวกับการกระทำผิดสำเร็จ ศาลก็ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2469 มาตรา 27 ได้เต็มตามที่ มาตรา 10ให้โยงมาใช้ แม้โจทก์จะได้อ้างมาตรา 80 แห่งประมวลกฎหมายอาญามาด้วยก็จะถือว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษเพียงฐานพยายาม คือสองในสามของโทษสำหรับความผิดสำเร็จหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 11) พ.ศ.2490 ม.3 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 ม.5 พระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2480 ม.10 พระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2469 ม.27

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจขนผงชูรสตราหม้อหูจำนวน ๑๐๐ ถุงหนัก ๑๐๐ กิโลกรัม ราคา ๓,๐๐๐ บาท อันเป็นสินค้าที่ไม่ต้องเสียอากรเข้าไปและขนในท้องที่ตลาดป่าไผ่ ซึ่งเป็นบริเวณพิเศษในเขตควบคุมศุลกากรดังกล่าวข้างต้น ทั้งนี้ โดยจำเลยไม่มีใบอนุญาตขนซึ่งพนักงานศุลกากรได้ออกให้ อันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และจำเลยได้บังอาจทำการขนสินค้าดังกล่าวข้างต้นผ่านเขตแดนทางบกออกนอกราชอาณาจักรไทยเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชานอกทางอนุมัติ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำหนดไว้ในกฎกระทรวงอันเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย ซึ่งจำเลยได้ลงมือกระทำความผิดแล้ว แต่กระทำไปไม่ตลอด เพราะพนักงานเจ้าหน้าที่เข้าขัดขวางจับกุมได้ทันท่วงที ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากรพ.ศ. ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ฯลฯ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ จำเลยให้การรับสารภาพในข้อหาขนสินค้าเข้าไปและขนภายในบริเวณพิเศษในเขตควบคุมศุลกากร โดยไม่รับอนุญาต ส่วนข้อหาพยายามส่งของผ่านเขตแดนทางบกออกนอกราชอาณาจักรนอกทางอนุมัติให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยได้ทำผิดข้อหาพยายามส่งของผ่านเขตแดนทางบกออกนอกราชอาณาจักรนอกทางอนุมัติด้วย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามฟ้อง จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๔ เท่าราคาของเป็นเงิน๑๒,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้ภายใน ๒ ปี จำเลยอุทธรณ์ว่า ไม่ได้กระทำผิดข้อหาพยายามส่งของผ่านเขตแดนทางบกออกนอกราชอาณาจักรนอกทางอนุมัติ ศาลอุทธรณ์เห็นชอบด้วยที่ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยในข้อหาพยายามนำสินค้าออกนอกราชอาณาจักรนอกทางอนุมัติ แต่เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษจำเลยมานั้น คลาดเคลื่อน เพราะโจทก์ขอให้ลงโทษเพียงฐานพยายาม อ้างประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ มาด้วย แม้การพยายามกระทำความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากรจะลงโทษได้เช่นเดียวกันกับความผิดสำเร็จก็ตาม แต่ศาลก็จะลงโทษเกินคำขอไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ จึงพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นเป็นว่าให้กำหนดโทษจำเลยในขั้นพยายามกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐ จำคุกจำเลย ๔ เดือน และปรับ ๘๐๐ บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การขนสินค้าเข้าไปภายในบริเวณพิเศษโดยไม่มีใบอนุญาตนั้น มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๑๒)พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๑๔ ซึ่งได้มีบทลงโทษไว้ตามมาตรา ๑๖ ส่วนการขนของหรือพยายามขนของผ่านเขตแดนทางบกออกนอกราชอาณาจักรไทยเข้าไปในเขตประเทศกัมพูชานอกทางอนุมัตินั้น มีความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๔๘๐ มาตรา ๕ ซึ่งมีบทลงโทษไว้ตามมาตรา ๑๐ โดยมาตรา ๑๐ ได้บัญญัติว่า ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๕ผู้นั้นต้องระวางโทษดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ และของทั้งปวงเนื่องด้วยการกระทำผิดนั้นให้ริบเสียสิ้นโดยมิพักต้องคำนึงว่าบุคคลใดจะต้องรับโทษหรือหาไม่จึงเห็นได้ว่ามาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) เป็นเรื่องโยงให้เอาโทษในพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗มาใช้บังคับกับความผิดฐานนี้ ก็เมื่อจำเลยได้กระทำผิดโดยฝ่าฝืนมาตรา ๕, ๑๐แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร (ฉบับที่ ๗) ซึ่งการพยายามกระทำความผิดในมาตรา ๕ ก็มีโทษเช่นเดียวกับการกระทำผิดสำเร็จ ศาลก็ต้องลงโทษตามพระราชบัญญัติศุลกากร พุทธศักราช ๒๔๖๙ มาตรา ๒๗ ได้เต็มตามที่มาตรา ๑๐ดังกล่าวให้โยงมาใช้ ฉะนั้น ที่ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่โจทก์อ้างมาตรา ๘๐แห่งประมวลกฎหมายอาญา เพราะโจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยเพียงฐานพยายามกระทำความผิดนั้น จึงไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา จึงพิพากษาแก้เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามที่ศาลชั้นต้นกำหนดโทษไว้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1621/2516 พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี โจทก์ นายแอม หยอ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดกบินทร์บุรี · จำเลย - นายแอม หยอ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกบินทร์บุรี - นายเสรี แสงศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น อนุโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5840/2544ฎีกา 6299/2534ฎีกา 959/2531ฎีกา 1610/2539ฎีกา 6252/2531ฎีกา 1392/2564ฎีกา 2480/2538ฎีกา 1560/2529ฎีกา 20504/2556ฎีกา 7083/2538ฎีกา 1089/2559ฎีกา 9114/2552ฎีกา 180/2554ฎีกา 681/2491ฎีกา 892/2497ฎีกา 2182/2567ฎีกา 712/2559ฎีกา 599/2532ฎีกา 6293/2541ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 531/2510ฎีกา 1411/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา