⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2223/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยเป็นความผิด 2 กระทงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 391 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 60

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องว่า จำเลยตีผู้ตายได้รับอันตรายแก่กายและยิงผู้ตายถึงแก่ความตายโดยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 295 ทางพิจารณาได้ความว่าจำเลยตีผู้ตายไม่ถึงกับได้รับอันตรายแก่กาย แล้ว ก. เข้าห้ามจำเลยจึงยิง ก. แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้ดังนี้ก็ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง อันจะเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องฐานฆ่าผู้อื่น(อ้างฎีกาที่ 784/2509) และการกระทำของจำเลยเป็นความผิด 2 กระทงตามมาตรา 391 และมาตรา 288, 60 ไม่ใช่ 2 บท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.60 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.391

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้ปืนลูกซองยาวโยนลำแบบ ๕ นัด เป็นอาวุธตีนายสมชายถูกบริเวณไหล่ซ้ายได้รับอันตรายแก่กาย และยิงนายสมชาย๑ นัด โดยเจตนาฆ่าเป็นเหตุให้นายสมชายได้รับอันตรายสาหัส และสั่งคืนปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางแก่กรมตำรวจ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยใช้ปืนตีผู้ตายแต่ไม่ถึงกับได้รับอันตรายแก่กายแล้วจำเลยใช้ปืนยิงนายเกษม แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๖๐, ๓๙๑ แต่ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๖๐ อันเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลย ๒๐ ปี คืนอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางแก่กรมตำรวจ จำเลยอุทธรณ์ว่าจำเลยมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ใด เหตุที่กระสุนปืนลั่นไปถูกผู้ตายเพราะนายเกษมดึงปืนจากมือจำเลย โจทก์ฟ้องว่าจำเลยยิงผู้ตายโดยเจตนาฆ่า แต่ทางพิจารณาปรากฏว่าจำเลยยิงนายเกษม แต่พลาดไปถูกผู้ตาย ข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาจึงแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องในข้อสารสำคัญและทำให้จำเลยหลงต่อสู้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ลดโทษให้จำเลย ๑ ใน ๔ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลย ๑๕ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยได้ใช้ปืนของกลางตีผู้ตายล้มลงนายเกษมเข้าห้าม จำเลยจึงใช้ปืนของกลางยิงนายเกษม แต่กระสุนปืนพลาดไปถูกผู้ตายถึงแก่ความตาย จึงวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๖๐ตามนัยฎีกาที่ ๖๕๑/๒๕๑๓ แล้วศาลฎีกาวินิจฉัยต่อไปว่า กรณีเช่นนี้ไม่ถือว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้องอันจะเป็นเหตุให้ศาลต้องพิพากษายกฟ้องตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒ ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๗๘๔/๒๕๐๙ ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โจทก์ นายกลิ้ง พงษ์บัว โจทก์ร่วมนายช่วง นัยบำเพ็ญ จำเลย แต่ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๖๐, ๓๙๑ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๖๐ อันเป็นบทหนักตามมาตรา ๙๐ นั้น ไม่ถูกต้องเพราะความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้ตายกับความผิดฐานเจตนาฆ่านายเกษมพยานโจทก์แต่พลาดไปถูกผู้ตาย เป็นความผิดต่างกระทงกัน พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๖๐ ซึ่งเป็นกระทงหนักตามมาตรา ๙๑นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2223/2516 พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ โจทก์ พลตำรวจวิชัย วัฒนศิริ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเพชรบูรณ์ · จำเลย - พลตำรวจวิชัย วัฒนศิริ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · สัญชัย สัจจวานิช · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบูรณ์ - นายเสรี บุณยวิศุทธิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมคิด มงคลชาติ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 4180/2548ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 582/2468ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 4519/2544ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา