คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยนำเงินที่รับฝากไปใช้โดยไม่มีเจตนาทุจริตในขณะนั้น ถือเป็นเพียงการผิดสัญญาทางแพ่ง การปฏิเสธในภายหลังไม่ทำให้เกิดความผิดฐานยักยอก
ย่อคำพิพากษา
ผู้เสียหายฝากเงินไว้กับจำเลย ต่อมาขอคืน จำเลยคืนให้ไม่ได้อ้างว่าเอาไปใช้หมดแล้ว หลังจากนั้นผู้เสียหายไปทวงอีกหลายครั้งจำเลยขอผัดผ่อน และไม่เคยปฏิเสธ ว่าไม่ได้รับฝากเงิน จนกระทั่งผู้เสียหายไปแจ้งความ พนักงานสอบสวน เรียกไปสอบถาม จำเลยจึงปฏิเสธว่าไม่เคยรับฝากเงินจากผู้เสียหาย ดังนี้ แสดงว่าขณะที่จำเลยเอาเงินไปใช้หมด. จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตยักยอกเงินนั้น จึงเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง การที่จำเลยปฏิเสธต่อพนักงานสอบสวนในตอนหลัง ไม่ทำให้จำเลยมีความผิดฐานทุจริตยักยอกเงินที่รับฝาก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า ระหว่างวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๒ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน๒๕๑๒ จำเลยได้รับฝากเงินไว้จากนางแอม โฮ รวม ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๑๔,๖๐๐ บาทต่อมานางแอม โฮ ขอเงินคืน จำเลยปฏิเสธว่าไม่เคยรับฝากเงิน ทั้งนี้ โดยระหว่างวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๑๒ ถึงวันที่ ๒๒ เมษายน ๒๕๑๓ ตลอดมา จำเลยมีเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเงินจำนวนนั้นเป็นประโยชน์ส่วนตัว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ และให้จำเลยคืนหรือใช้เงินจำนวนที่กล่าวแก่ผู้เสียหาย
จำเลยให้การปฏิเสธ
นางแอม โฮ ผู้เสียหายขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมด้วย
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ให้จำคุก ๓ เดือน และให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๔,๖๐๐ บาทแก่ผู้เสียหาย
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เป็นการผิดสัญญาฝากเงินในทางแพ่ง พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า นางแอม โฮ ผู้เสียหายฝากเงินไว้กับจำเลยรวม ๒ ครั้ง เป็นเงิน ๑๔,๖๐๐ บาท ไม่ได้ทำหลักฐานการฝากกันไว้ ต่อมานางแอม โฮ ทวงเงินที่ฝากคืน จำเลยว่าใช้เงินไปหมดแล้ว ไม่มีเงินคืนให้นางแอม โฮ ทวงอีกหลายครั้ง จำเลยขอผัดผ่อนนางแอม โฮ จึงไปแจ้งความต่อร้อยตำรวจตรีสัทธรรม ร้อยตำรวจตรีสัจธรรมเรียกจำเลยไปสอบถามจำเลยปฏิเสธว่าไม่เคยรับฝากเงินจากนางแอม โฮ และวินิจฉัยว่าในเรื่องฝากเงินนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๗๒ได้บัญญัติไว้เป็นใจความว่าผู้รับฝากไม่พึงต้องคืนเป็นเงินทองตราอันเดียวกับที่ฝาก แต่จะต้องใช้เงินให้ครบจำนวนผู้รับฝากจะเอาเงินซึ่งฝากนั้นออกใช้ก็ได้หากแต่ต้องคืนเงินให้ครบจำนวนเท่านั้น แม้ว่าเงินที่ฝากจะได้สูญหายไปด้วยเหตุสุดวิสัยก็ตาม ผู้รับฝากก็จำต้องคืนเป็นจำนวนดังว่านั้น กฎหมายดังกล่าวมานี้แสดงว่าผู้รับฝากเงินมีสิทธิเอาเงินที่ฝากไปใช้ได้โดยมีหน้าที่ต้องคืนเงินให้ครบจำนวน และตามกำผู้เสียหายรับว่าครั้งแรกได้ไปทวงเงินจากจำเลย จำเลยว่าเอาเงินไปใช้หมดแล้ว หลังจากนั้นผู้เสียหายไปทวงเงินจากจำเลยหลายครั้ง แต่จำเลยขอผัดผ่อน และไม่เคยปฏิเสธว่าไม่ได้รับฝากจนกระทั่งผู้เสียหายไปแจ้งความแล้ว ร้อยตำรวจตรีสัทธรรมเรียกจำเลยไปสอบถาม จำเลยจึงปฏิเสธว่าไม่เคยรับฝากเงินจากผู้เสียหาย ดังนี้ แสดงว่าขณะที่จำเลยเอาเงินไปใช้หมด จำเลยไม่มีเจตนาทุจริตยักยอกเงินนั้น เพราะจำเลยได้ขอผัดผ่อนการชำระเงินอยู่ จึงเป็นเรื่องผิดสัญญาทางแพ่ง การที่จำเลยปฏิเสธในชั้นสอบสวนในภายหลังว่าไม่เคยรับฝากเงินกับผู้เสียหายไม่ทำให้จำเลยมีความผิดฐานทุจริตยักยอกเงินที่รับฝาก ศาลอุทธรณ์ยกฟ้องชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 235/2516
พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม โจทก์
นางแอม โฮ โจทก์ร่วม
นายเมือง อรุณมณี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครพนม · โจทก์ร่วม - นางแอม โฮ · จำเลย - นายเมือง อรุณมณี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อุดม ทันด่วน · วินัย ทองลงยา · สุเมธ ทิพยมนตรี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครพนม - นายธวัชชัย พิทักษ์พล · ศาลอุทธรณ์ - นายพิสัณห์ ลีตเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา