⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 262/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2516

ป.พ.พ. ม.453 · ป.วิ.แพ่ง ม.55

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อไม่มีข้อโต้แย้งว่าทรัพย์สินตามฟ้องเป็นของฝ่ายใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องในประเด็นกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้น

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องคดี อ้างว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 เอาโรงงานและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ไปขายให้แก่จำเลยที่ 3 ขอให้พิพากษาว่าหนังสือสัญญาซื้อขายดังกล่าวเป็นโมฆะ ให้เพิกถอนเสีย จำเลยทั้งสามให้การและแถลงว่า จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 ไม่ได้เอาโรงงานและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ไปขาย จำเลยที่ 3 แถลงว่าไม่เคยโต้แย้งว่าทรัพย์สินตามฟ้องไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ ทั้งปรากฏว่าจำเลยเคยรับอยู่ตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้แล้วว่า ทรัพย์สินตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลย ดังนี้ ถือได้ว่าไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับโรงงานและสิ่งปลูกสร้างตามฟ้องโจทก์ว่าเป็นทรัพย์สินของฝ่ายใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยสำหรับทรัพย์สินที่กล่าวในฟ้อง และไม่มีอำนาจขอให้เพิกถอนการซื้อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างอื่น ซึ่งไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ด้วย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.453 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ซื้อสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นโรงงานอุตสาหกรรมทำสบู่และสกัดน้ำมันพืช ทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๐๙๔ จากนายเหลี่ยงช้วงได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แล้ว จำเลยทั้งสามร่วมกันใช้สิทธิไม่สุจริตและแกล้งทำหนังสือสัญญาซื้อขายและจดทะเบียนการซื้อขายกันว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ขายที่ดินโฉนดที่ ๖๐๖,๓๐๘๖ พร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งรวมทั้งโรงงานทำสบู่และสกัดน้ำมันพืชและที่ทำการบริษัทของโจทก์ให้แก่จำเลยที่ ๓ ขอให้พิพากษาว่าหนังสือสัญญาซื้อขายตามภาพถ่ายเอกสารท้ายฟ้องหมาย ๒ เป็นโมฆะให้เพิกถอนเสีย และให้จำเลยทั้งสามจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ทรัพย์สินในที่ดินทั้งหมดให้เป็นของโจทก์ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง จำเลยทั้งสามให้การ และจำเลยที่ ๓ แก้คำให้การ ว่าโจทก์จะได้ซื้อโรงงานอุตสาหกรรมตามฟ้องหรือไม่ จำเลยไม่รับรอง จำเลยที่ ๑และจำเลยที่ ๒ ขายที่ดินโฉนดที่ ๖๐๖, ๓๐๘๖ พร้อมเรือน ทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๐๙๔/๑ ของจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ ให้จำเลยที่ ๓ ไปไม่ได้ขายโรงงาน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ซึ่งปลูกอยู่ในโฉนดที่ ๖๐๖, ๓๐๘๖ ให้แก่จำเลยที่ ๓ จำเลยที่ ๓ ไม่ได้โต้แย้งว่าทรัพย์สินเหล่านี้ไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง วันนัดชี้สองสถาน โจทก์แถลงว่า โจทก์ไม่ได้ฟ้องว่าเรือนไม้สองชั้นทะเบียนเลขที่ ๑๐๙๔/๑ เป็นของโจทก์ แต่โจทก์ฟ้องว่า โรงงานสำนักงานและที่พักคนงาน ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ใช้ทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๐๙๔ และเป็นทรัพย์สินที่จำเลยได้ฟ้องให้โจทก์รื้อถอนไปในคดีของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๐๒๑/๒๕๑๒ เป็นทรัพย์สินของโจทก์ จำเลยแถลงว่าจำเลยไม่เคยโต้แย้งว่าทรัพย์สินนั้นไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย แล้วพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องคดีนี้อ้างว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒เอาโรงงานและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ไปขายให้จำเลยที่ ๓ ด้วย ศาลฎีกาเห็นว่าแม้จะปรากฏในหนังสือสัญญาซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๖๐๖, ๓๐๘๖ ว่าจำเลยทั้งสามทำการซื้อขายสิ่งปลูกสร้างในที่ดินโฉนดที่ ๖๐๖, ๓๐๘๖ ทั้งสิ้นด้วยแต่จำเลยทั้งสามให้การและแถลงในคดีนี้ว่าจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๒ไม่ได้เอาโรงงานและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ไปทำหนังสือสัญญาซื้อขายกันด้วยจำเลยที่ ๓ ก็แถลงว่าไม่เคยโต้แย้งว่าทรัพย์สินตามฟ้องไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ข้อสำคัญโจทก์แถลงรับในคดีนี้ว่าโรงงานและสิ่งปลูกสร้างของโจทก์ในคดีนี้เป็นทรัพย์สินที่จำเลยที่ ๓ ได้ฟ้องให้โจทก์รื้อถอนขนย้ายออกไปจากที่ดินโฉนดที่ ๖๐๖, ๓๐๘๖ ในคดีของศาลแพ่งหมายเลขดำที่ ๑๐๒๑/๒๕๑๒ เห็นได้ชัดแจ้งว่าจำเลยรับอยู่ตั้งแต่ก่อนโจทก์ฟ้องคดีนี้ว่า ทรัพย์สินตามที่โจทก์กล่าวในฟ้องไม่ใช่ทรัพย์สินของจำเลยจึงไม่มีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับโรงงาน โรงเรือน และสิ่งปลูกสร้างซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินโฉนดที่ ๖๐๖, ๓๐๘๖ และใช้ทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๐๙๔ ว่าเป็นทรัพย์สินของฝ่ายใด โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยสำหรับทรัพย์สินตามที่กล่าวในฟ้อง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๕๕ และโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยขอเพิกถอนการซื้อขายที่ดินโฉนดที่ ๖๐๖, ๓๐๘๖ และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่ทรัพย์สินของโจทก์ด้วย พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 262/2516 นายปิยะ เจียรสวัสดิ์วัฒนา โจทก์ นางสาวประชุม อับดุลราฮิม ที่ 1 นางสาวเรณู อับดุลราฮิม ที่ 2 นายเจริญ เจริญศักดิ์วัฒนา ที่ 3 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปิยะ เจียรสวัสดิ์วัฒนา · นางสาวเรณู - นางสาวประชุม อับดุลราฮิม ที่ 1 · จำเลย - อับดุลราฮิม ที่ 2 นายเจริญ เจริญศักดิ์วัฒนา ที่ 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ดวง ดีวาจิน · ชลอ จามรมาน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายอุดม จาละ · ศาลอุทธรณ์ - นายอุทัย อติแพทย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 689/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา