คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2667/2516
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์บรรยายฟ้องว่าจำเลยสั่งจ่ายเช็คโดยมีเงินในบัญชีน้อยกว่าจำนวนเงินในเช็ค แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าจำเลยไม่มีเงินในบัญชีเลยนั้น ไม่ถือเป็นข้อแตกต่างที่เป็นสาระสำคัญแห่งคดี
ย่อคำพิพากษา
โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงินสูงกว่าที่มีในบัญชีแต่ทางพิจารณากลับได้ความว่า จำเลยไม่มีเงินในบัญชีเลยนั้น ข้อแตกต่างดังกล่าวนี้หาใช่ข้อสาระสำคัญในคดีไม่ ที่จำเลยปฏิเสธและนำสืบว่าได้ออกเช็คเพื่อเป็นประกัน เห็นได้ชัดว่าจำเลยไม่ได้หลงข้อต่อสู้ จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินจำนวน 20,000 บาทแก่นางสาวสุภาพร แซ่คู เพื่อชำระหนี้ นางสาวสุภาพรได้นำเช็คดังกล่าวไปขึ้นเงินที่ธนาคาร ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เนื่องจากเงินในบัญชีของจำเลยไม่พอจ่าย ทั้งนี้ โดยจำเลยออกเช็คดังกล่าวให้ใช้เงินมีจำนวนเงินที่มีอยู่ในบัญชี และโดยเจตนาจะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็คนั้น ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็คพ.ศ. 2497 มาตรา 3
นางสาวสุภาพร แซ่คู ขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โจทก์ฟ้องว่า จำเลยออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค และออกเช็คให้ใช้เงินมีจำนวนสูงกว่าจำนวนเงินในบัญชี อันจะพึงให้ใช้เงินได้ในขณะออกเช็คนั้น แต่ตามทางพิจารณาข้อเท็จจริงกลับได้ความว่า จำเลยออกเช็คโดยในขณะที่ออกไม่มีเงินอยู่ในบัญชีอันจะพึงให้ใช้เงินได้ ข้อเท็จจริงตามทางพิจารณาจึงแตกต่างจากที่กล่าวในฟ้องเป็นการแตกต่างกันในข้อสาระสำคัญ พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์และโจทก์ร่วมอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า เรื่องที่มีเงินในบัญชีไม่พอจ่าย กับไม่มีเงินในบัญชีเลยนั้น แม้จะเป็นข้อเท็จจริงในทางพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงที่กล่าวในฟ้อง แต่ก็ไม่ใช่ข้อสาระสำคัญของคดี จำเลยไม่ได้หลงข้อต่อสู้ จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ. 2497 มาตรา 3 ให้จำคุก 1 เดือน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยฎีกาว่า โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยสั่งจ่ายเช็คจำนวนเงินสูงกว่าที่มีในบัญชี แต่ทางพิจารณากลับได้ความว่าจำเลยไม่มีเงินในบัญชีเลย เป็นเรื่องข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏในการพิจารณาแตกต่างกับข้อเท็จจริงดังที่กล่าวในฟ้อง และจำเลยก็หลงข้อต่อสู้นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องกับคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ว่า ข้อแตกต่างดังกล่าว หาใช่ข้อสาระสำคัญในคดีไม่ ที่จำเลยปฏิเสธและนำสืบว่าได้ออกเช็คเพื่อเป็นประกัน ก็เห็นได้ชัดว่าจำเลยไม่ได้หลงข้อต่อสู้ จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2667/2516
พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์
โจทก์ร่วม โจทก์
นางสาวสุภาพร แซ่คู โจทก์
นายกวง แซ่ง้วน หรือสว่าง สัทธยาพร จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · โจทก์ - โจทก์ร่วม · โจทก์ - นางสาวสุภาพร แซ่คู · จำเลย - นายกวง แซ่ง้วน หรือสว่าง สัทธยาพร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กฤษณ์ โสภิตกุล · ดวง ดีวาจิน · สุมิตร ฟักทองพรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา