⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2693-2695/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2693-2695/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงที่เด็กหญิงได้เข้าเกี่ยวข้องในการกระทำนั้นด้วย ถือว่าจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงนั้นแล้ว 2. การกระทำอนาจารแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของครูในระหว่างเวลาทำการสอนตามปกติ ถือเป็นการกระทำผิดตามกฎหมาย 3. การกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงหลายคนในสถานที่และเวลาใกล้เคียงกัน แต่กระทำต่อครั้งละหนึ่งคน ถือเป็นความผิดหลายกระทง ซึ่งศาลจะลงโทษเพียงกระทงเดียวก็ได้หากเห็นสมควร

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยบังคับจับมือเด็กหญิงให้จับของลับของจำเลยและจับมือให้รูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล เห็นได้ว่าตัวของเด็กหญิงได้เข้าเกี่ยวข้องในการกระทำอนาจารนั้นด้วยจึงถือได้ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงนั้น จำเลยเป็นครูสอนเด็กหญิงและเป็นครูใหญ่ด้วย เด็กหญิงมาเรียนหนังสือในตอนเช้าตามปกติและกลับบ้านเมื่อเลิกเรียนแล้วการควบคุมดูแลปกป้องเด็กหญิงนั้นย่อมอยู่กับจำเลยตลอดระยะเวลาที่โรงเรียนเปิดทำการสอนอยู่ตามปกติ เมื่อจำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงนั้นในระหว่างที่โรงเรียนเปิดทำการสอนอยู่ตามปกติย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลตามความหมายของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 285 จำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงสามคนในสถานที่แห่งเดียวกันและในเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกัน แต่เป็นการกระทำต่อ เด็กหญิงครั้งละหนึ่งคน จึงเป็นความผิดหลายกระทงแต่ละกระทงมีโทษหนักเท่ากันเมื่อศาลเห็นสมควรจะลงโทษจำเลยแต่เพียงกระทงเดียวก็ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.279 ประมวลกฎหมายอาญา ม.285

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีทั้งสามสำนวนนี้ศาลอุทธรณ์พิจารณาพิพากษารวมกัน โดยโจทก์ฟ้องมีใจความว่า จำเลยมีตำแหน่งเป็นครูใหญ่โรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและมีหน้าที่สอนนักเรียนชั้นประถมปีที่ ๓ และปีที่ ๔ จำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงศิริมณฑล เด็กหญิงลำใยและเด็กหญิงมยุรี ซึ่งแต่ละคนมีอายุ๑๑ ปี และเป็นนักเรียนโรงเรียนประชาบูรณะวิทยาและเป็นศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลของจำเลย โดยจำเลยจับมือของเด็กหญิงดังกล่าวครั้งละ ๑ คนดึงไปจับของลับ (ลึงค์) ของจำเลย แล้วบังคับให้เด็กหญิงเหล่านั้นจับของลับของจำเลยรูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล ทั้งนี้ โดยเด็กหญิงทั้งสามคนนั้นไม่อาจขัดขืนได้ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๙, ๒๘๕และนับโทษต่อกัน จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๙ วรรค ๒, ๒๘๕ จำคุกสำนวนละ ๑ ปี ๖ เดือน และให้นับโทษต่อกัน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ไม่เชื่อว่าจำเลยได้กระทำผิด พิพากษายกฟ้องทั้งสามสำนวน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยบังคับและจับมือของเด็กหญิงแต่ละคนให้จับของลับของจำเลยรูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล แล้ววินิจฉัยว่าการที่จำเลยบังคับจับมือเด็กหญิงทั้งสามคนดังกล่าวให้จับของลับของจำเลยและจับมือให้รูดไปมาจนน้ำอสุจิของจำเลยไหล เห็นได้ว่าตัวของเด็กหญิงดังกล่าวได้เข้าเกี่ยวข้องในการกระทำอนาจารนั้นด้วย จึงถือได้ว่าจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคนนั้น ส่วนการกระทำของจำเลยจะถือว่าเป็นการกระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลอันจะทำให้จำเลยต้องรับโทษหนักขึ้นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๕ หรือไม่เห็นว่า นอกจากเป็นครูสอนเด็กหญิงทั้งสามแล้ว จำเลยยังเป็นครูใหญ่ของโรงเรียนนี้ด้วย แม้เด็กหญิงทั้งสามคนมาเรียนในตอนเช้าตามปกติและเมื่อเลิกเรียนแล้วเด็กหญิงทั้งสามคนกลับบ้านก็ตาม ก็เห็นได้ว่าการควบคุมดูแลปกป้องเด็กหญิงทั้งสามคนนั้นได้อยู่กับจำเลยตลอดระยะเวลาที่โรงเรียนได้เปิดทำการสอนอยู่ตามปกติเมื่อจำเลยได้กระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคนในระหว่างที่โรงเรียนได้เปิดทำการสอนอยู่ตามปกติ ย่อมถือได้ว่าจำเลยได้กระทำแก่ศิษย์ซึ่งอยู่ในความดูแลตามความหมายของมาตรา ๒๘๕ ดังกล่าวแล้ว จำเลยจึงมีความผิดดังฟ้องโจทก์การที่จำเลยกระทำอนาจารแก่เด็กหญิงทั้งสามคน แม้จะได้กระทำในสถานที่แห่งเดียวกัน และในเวลาต่อเนื่องใกล้ชิดกัน แต่ก็เป็นการกระทำต่อเด็กหญิงครั้งละหนึ่งคน การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดหลายกระทง แต่ความผิดของจำเลยแต่ละกระทงมีโทษเท่ากัน เมื่อพิจารณาถึงการกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ปรากฏในทางพิจารณาแล้ว เห็นสมควรลงโทษจำเลยเพียงกระทงเดียว ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๒๘๖/๒๕๑๕ พิพากษากลับว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๙ วรรค ๒, ๒๘๕ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2693 - 2695/2516 พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นายไพโรจน์ อานุภาพเดชา จำเลย (รวม 3 สำนวน)

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นายไพโรจน์ อานุภาพเดชา · สำนวน) - (รวม 3
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ - นายชอบ คงสวัสดิ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายรื่น วิไลชนม์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา