⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3218/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3218/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อโจทก์ถอนฟ้องคดีล้มละลาย บรรดากิจการที่ได้ดำเนินมาต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม และโจทก์ต้องรับผิดในค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณาของตนเอง โดยคิดค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินในอัตราร้อยละสามครึ่งของราคาทรัพย์สิน.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยเป็นบุคคลล้มละลายและยื่นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราว เมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราวแล้ว โจทก์ก็เป็นผู้ติดตามแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการเรียกทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้เป็นจำเลยจากกองบังคับคดีแพ่งมารวบรวมไว้ในคดีล้มละลายต่อมาโจทก์ถอนฟ้อง ซึ่งศาลอนุญาตและจำหน่ายคดีไปแล้วบรรดากิจการที่ได้ดำเนินมาย่อมต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิมเงินจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับมาก็ต้องคืนให้กองบังคับคดีแพ่ง และถือไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายที่จะนำมาใช้จ่ายได้ โจทก์จึงต้องเป็นผู้รับผิดในค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณาของโจทก์เองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 155 แต่การคิดค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินเมื่อเงินที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับมาต้องส่งคืนไปไม่มีการจำหน่ายจึงต้องคิดค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละสามครึ่งของราคาทรัพย์สินตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483มาตรา 179(3)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176 พระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2511 ม.11 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.155 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.179

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองเป็นบุคคลล้มละลาย และศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์จำเลยชั่วคราวแล้วภายหลังโจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้องและขอให้มีคำสั่งถอนการพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราว ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ ให้จำหน่ายคดี และได้แจ้งคำสั่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทราบ ระหว่างที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวอยู่นั้นโจทก์ได้ขอให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งให้กองบังคับคดีแพ่งโอนเงินของจำเลยที่ ๑ ในคดีแพ่งที่จำเลยที่ ๑ เป็นลูกหนี้ตามคำพิพากษาของบุคคลภายนอกมาไว้ในกองทรัพย์สินของจำเลยคดีล้มละลายนี้กองบังคับคดีแพ่งได้ส่งเงินในคดีแพ่งดังกล่าวหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้วเป็นเงิน ๖๓๘,๓๒๗ บาทมายังเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ครั้นเมื่อศาลอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีนี้แล้วโจทก์ได้แถลงต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ขอให้ส่งเงินที่ได้รับคืนกองบังคับคดีแพ่ง เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้ส่งเงินจำนวน๖๓๘,๓๒๗ บาทคืนกองบังคับคดีแพ่งและเรียกค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินในอัตราร้อยละห้าของยอดเงิน ๖๓๘,๓๒๗ บาท เป็นเงิน ๓๑,๙๑๖.๔๕ บาทจากโจทก์ โจทก์จึงยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลว่า ค่าธรรมเนียมนั้นควรคิดหักจากจำนวนเงินที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะส่งคืนไว้ก่อน เพราะค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สิน ต้องหักจากทรัพย์สินที่รวบรวมได้ และเงินจำนวนที่ส่งคืนกองบังคับคดีแพ่งกองบังคับคดีแพ่งจะเป็นผู้คิดหักค่าธรรมเนียมจากเงินจำนวนนี้เอง การเรียกให้โจทก์ชำระอีก เป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมสองครั้งจากยอดเงินจำนวนเดียวกันเป็นการไม่ชอบ ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนคำสั่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ที่เรียกค่าธรรมเนียมจากโจทก์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ปัญหาว่า ค่าธรรมเนียมในการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับโอนเงินของจำเลยมาในระหว่างมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราว แล้วส่งคืนไปเนื่องจากโจทก์ถอนฟ้องนั้น จะเรียกเก็บจากโจทก์หรือจากจำนวนเงินที่ได้รับโอนมาศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้ยื่นคำร้องขอให้พิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราวเมื่อศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวแล้ว โจทก์ก็เป็นผู้ติดต่อแจ้งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ดำเนินการเรียกทรัพย์สินของลูกหนี้ผู้เป็นจำเลยจากกองบังคับคดีแพ่งมารวบรวมไว้ในคดีล้มละลายต่อมาโจทก์ถอนฟ้องคดีนี้ซึ่งศาลอนุญาตและจำหน่ายคดีไปแล้วการดำเนินกระบวนพิจารณาต่าง ๆเหล่านี้เป็นการกระทำของโจทก์ผู้เดียว บรรดากิจการที่ได้ดำเนินมาย่อมต้องกลับคืนสู่ฐานะเดิม เงินจำนวนที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับไปก็ต้องคืนให้กองบังคับคดีแพ่งและถือไม่ได้ว่าเป็นทรัพย์สินของลูกหนี้ในคดีล้มละลายที่จะนำมาใช้จ่ายได้ ดังนี้ โจทก์จึงต้องเป็นผู้รับผิดในค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินกระบวนพิจารณาของโจทก์เองตามพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๕๕ เช่นที่โจทก์ได้ชำระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไปเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่โจทก์อ้างว่าพระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ. ๒๔๘๓ มาตรา ๑๗๙(๓) ตามที่แก้ไขโดยพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๑๑แสดงแจ้งชัดว่า ค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สิน ให้คิดจากกองทรัพย์สินของจำเลยนั้น ก็เห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวเพียงกำหนดหลักเกณฑ์การคำนวณค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เท่านั้น มิได้มีข้อความดังที่โจทก์อ้าง และเมื่อค่าธรรมเนียมกรณีนี้จะคิดจากทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับมาไม่ได้การให้โจทก์รับผิดจึงมิใช่เป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากเงินจำนวนเดียวกันซ้อนอีกดังที่โจทก์เข้าใจแต่การที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินโดยคิดในอัตราร้อยละห้าของเงินที่รวบรวมได้ยังไม่ถูกต้อง เพราะตามมาตรา ๑๗๙(๓) นั้นบัญญัติว่า สำหรับทรัพย์สินที่ไม่มีการขายหรือจำหน่ายให้คิดในอัตราร้อยละสามครึ่งของราคาทรัพย์สินนั้นเมื่อเงินที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับมาต้องส่งคืนไป ไม่มีการจำหน่ายจึงต้องคืนค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละสามครึ่งจากยอดเงิน ๖๓๘,๓๒๗ บาทเป็นเงินค่าธรรมเนียม ๒๒,๓๔๑.๔๔ บาท พิพากษาแก้ เป็นให้โจทก์ชำระค่าธรรมเนียมในการรวบรวมทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นเงิน ๒๒,๓๔๑.๔๔ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3218/2516 ห้างหุ้นส่วนจำกัดวรสิตบริการ โดยนายจำรัส ชูกลิ่น หุ้นส่วนผู้จัดการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ็นทรัลซีวิลเอ็นจิเนียริ่ง ที่ 1 นายอำนาจ สระเอี่ยม หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดวรสิตบริการ โดยนายจำรัส ชูกลิ่น หุ้นส่วนผู้จัดการ · 1 - ห้างหุ้นส่วนจำกัดเซ็นทรัลซีวิลเอ็นจิเนียริ่ง ที่ · จำเลย - นายอำนาจ สระเอี่ยม หุ้นส่วนผู้จัดการ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศิริ อติโพธิ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุรเจตน์ วิชิตชลชัย · ศาลอุทธรณ์ - นายแต่ง ทองภักดี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6025/2538ฎีกา 6909/2543ฎีกา 2522/2531ฎีกา 2161/2538ฎีกา 2240/2515ฎีกา 407/2544ฎีกา 2891/2537ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 2116/2565ฎีกา 3522/2529ฎีกา 581/2502ฎีกา 1183/2545ฎีกา 1466/2516ฎีกา 2838/2539ฎีกา 2002/2511ฎีกา 1242/2545ฎีกา 2370/2517ฎีกา 1272/2526ฎีกา 7247/2537ฎีกา 4866/2551ฎีกา 5596/2543ฎีกา 2100/2553ฎีกา 2738/2532ฎีกา 472/2548
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา