⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2930/2544

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2930/2544

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การอนุญาตให้ถอนฟ้องคดีแพ่งเป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งต้องพิจารณาถึงความสุจริตและผลได้เสียของคู่ความทุกฝ่าย มิใช่เพียงฝ่ายโจทก์ผู้ขอถอนฟ้องเท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

การที่จะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องคดีแพ่งหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลซึ่งนอกจากพิจารณาถึงความสุจริตใน การดำเนินคดีของโจทก์แล้ว ศาลจะต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียของคู่ความทุกฝ่ายอีกด้วย มิใช่จะพิจารณาแต่เพียงผลได้ผลเสียของโจทก์ผู้ขอถอนฟ้องแต่ฝ่ายเดียว หลังจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องแล้ว โจทก์ได้นำคำฟ้องมายื่นใหม่โดยโจทก์ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลง คำฟ้องเดิมหลายแห่งเพื่อให้ถูกต้องตามความเป็นจริง มิได้เปลี่ยนแปลงจำนวนที่ดินอันเป็นสาระสำคัญของคำมั่นว่าจะ ขายที่ดินของจำเลยและตามคำฟ้องเดิมบรรยายว่า เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2538 เวลา 8.30 นาฬิกา โจทก์พร้อมด้วย ว. ได้ไปที่สำนักงานที่ดินตามที่ได้นัดหมายไว้กับจำเลย แต่ในคำฟ้องที่โจทก์นำมายื่นใหม่ไม่ได้ระบุ ว. นั้น ชั้นพิจารณา ในคดีเดิมทั้งโจทก์และ ว. ไม่ได้เบิกความถึงว่า ว. ได้ไปสำนักงานที่ดินในวันเวลาดังกล่าว จึงไม่ทำให้เห็นว่า พยาน โจทก์ทั้งสองเบิกความแตกต่างหรือขัดแย้งกันในเรื่องนี้ นอกจากนั้นคำฟ้องที่โจทก์นำมายื่นใหม่มีข้อความเพิ่มเติมจาก คำฟ้องเดิมว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้ ช. เป็นผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลย ก็เป็นการเพิ่มเติมคำฟ้องเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น ดังนี้ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.175 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดคำมั่นจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ ขอให้บังคับจำเลยรับเงินจำนวน ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท และ ให้จำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทลงชื่อโจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตามหนังสือคำมั่นสัญญาจะขายที่ดินคืนให้ แก่โจทก์ หากการโอนกรรมสิทธิ์ไม่สามารถกระทำได้ให้ถือเอาตามคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย และ ให้จำเลยส่งมอบ น.ส.๓ และโฉนดที่ดินพิพาทแก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ก่อนวันนัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง ศาลชั้นต้นสอบจำเลยแล้ว จำเลยแถลง คัดค้าน ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์ประสงค์ขอถอนฟ้องและคำคัดค้านของจำเลยไม่อ้างเหตุผลประกอบ จึงมีคำสั่งอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ คืนค่าขึ้นศาลให้โจทก์เป็นกรณีพิเศษ ๓๕,๐๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่จำเลยฎีกาว่า คดีนี้โจทก์กับจำเลยสืบพยานเสร็จและแถลงหมดพยาน ศาลชั้นต้นได้นัดฟังคำพิพากษาแล้ว จึงควรพิพากษาต่อไป แต่ศาลชั้นต้นกลับอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้อง โจทก์จึงนำคดีฟ้องจำเลยใหม่เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๙๕๖/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น ทำให้จำเลยเสียเปรียบนั้น เห็นว่า การที่จะอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องหรือไม่เป็นดุลพินิจของศาลซึ่งนอกจากพิจารณาถึงความสุจริตในการดำเนินคดีของโจทก์แล้ว ศาลจะต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียของคู่ความทุกฝ่ายอีกด้วย มิใช่จะพิจารณาแต่เพียงผลได้ผลเสียของโจทก์ผู้ขอถอนฟ้องแต่ฝ่ายเดียว เมื่อศาลอนุญาตให้ถอนฟ้องแล้ว โจทก์อาจยื่นฟ้องใหม่ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๖ คดีนี้หลังจากศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องแล้ว โจทก์ได้นำคำฟ้องมายื่นใหม่เป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ ๒๙๕๖/๒๕๔๑ ของศาลชั้นต้น ตามสำเนาคำฟ้องฉบับดังกล่าวโจทก์ได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงคำฟ้องเดิมหลายแห่ง เห็นว่า การแก้ไข ดังกล่าวโจทก์ได้กระทำไปเพื่อให้ถูกต้องตามความเป็นจริง มิได้เปลี่ยนแปลงจำนวนที่ดินอันเป็นสาระสำคัญ ของคำมั่นว่าจะขายที่ดินของจำเลยแต่อย่างใด และตามคำฟ้องเดิมบรรยายว่า เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๓๘ เวลา ๘.๓๐ นาฬิกา โจทก์พร้อมด้วย นายวัชรินทร์ พึ่งแพง ได้ไปที่สำนักงานที่ดินอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตามที่ได้นัดหมายไว้กับจำเลย แต่ในคำฟ้องที่โจทก์นำมายื่นใหม่ไม่ได้ระบุนายวัชรินทร์ พึ่งแพงนั้น ชั้นพิจารณาในคดีเดิมทั้งโจทก์และนายวัชรินทร์ไม่ได้เบิกความว่า นายวัชรินทร์ได้ไปสำนักงานที่ดินอำเภอหัวหินในวันเวลาดังกล่าว จึงไม่ทำให้เห็นว่าพยานโจทก์ทั้งสองเบิกความแตกต่างหรือขัดแย้งในเรื่องนี้ นอกจากนั้นคำฟ้องที่โจทก์นำมายื่นใหม่มีข้อความเพิ่มเติมจากคำฟ้องเดิมว่าโจทก์ได้มอบอำนาจให้นายชาตรี สีมาโคตร เป็นผู้ฟ้องร้องดำเนินคดีแก่จำเลย ก็เป็นการเพิ่มเติมคำฟ้องเพื่อให้สมบูรณ์ขึ้น พิเคราะห์ผลได้ผลเสียของคู่ความทั้งสองฝ่ายแล้ว ที่ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องนั้นไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบในเชิงคดี และที่ศาลอุทธรณ์ภาค ๗ พิพากษายืนมานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2930/2544 นายสุชัย ออสุวรรณ โจทก์ นางพยุง วังตาล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุชัย ออสุวรรณ · จำเลย - นางพยุง วังตาล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จรูญวิทย์ ทองสอน · ไพศาล เจริญวุฒิ · วิชัย วิสิทธวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายยุคนธร พาณิชปฐมพงศ์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 7 - นายอภิชัย ประเสริฐสรรพกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6824/2546ฎีกา 3915/2534ฎีกา 6025/2538ฎีกา 6909/2543ฎีกา 1152/2538ฎีกา 2522/2531ฎีกา 2161/2538ฎีกา 575/2524ฎีกา 1020/2545ฎีกา 2240/2515ฎีกา 407/2544ฎีกา 2891/2537ฎีกา 516/2486ฎีกา 2606-2616/2529ฎีกา 3522/2529ฎีกา 2132/2538ฎีกา 581/2502ฎีกา 679/2506ฎีกา 728/2548ฎีกา 1466/2516ฎีกา 4003/2529ฎีกา 2002/2511ฎีกา 2370/2517ฎีกา 1272/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา