คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1677/2540
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์อาจยื่นคำร้องขอถอนฟ้องต่อศาลชั้นต้นได้ โดยศาลมีดุลพินิจในการอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ถอนฟ้องได้ แม้จำเลยจะคัดค้านก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ป.วิ.พ.มาตรา 175 วรรคสอง ที่บัญญัติว่า "ภายหลังจำเลยยื่นคำให้การแล้ว โจทก์อาจยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อศาลชั้นต้นเพื่ออนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ ..." บทบัญญัติดังกล่าวมิได้ระบุว่าโจทก์จะต้องแสดงเหตุผลในการถอนฟ้องในคำร้องหรือต้องแถลงเหตุผลในการถอนฟ้องให้จำเลยทราบแต่อย่างใด เพราะแม้จำเลยจะคัดค้านหรือไม่ก็ตาม ศาลก็มีอำนาจตามบทบัญญัติดังกล่าวที่จะอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้เพราะเป็นดุลพินิจของศาล
ศาลชั้นต้นได้พิจารณาข้อคัดค้านของทนายจำเลยที่แถลงต่อศาลและรูปคดีของทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่าไม่ทำให้จำเลยเสียเปรียบหากถูกโจทก์ฟ้องใหม่จึงอนุญาตให้โจทก์ถอนฟ้องได้ เป็นการใช้ดุลพินิจในการสั่งโดยชอบแล้ว แม้โจทก์นำคดีมาฟ้องใหม่จำเลยก็มีสิทธิต่อสู้คดีได้เต็มที่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์เคสิท จำกัด (มหาชน) · จำเลย - นายวิชิต ศักดิ์ชัยชาญชล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | จุมพล ณ สงขลา · สถิตย์ ไพเราะ · ม.ล.เฉลิมชัย เกษมสันต์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพลศักดิ์ พฤกษฎาจันทร์ · ศาลอุทธรณ์ - นายคงศักดิ์ วัชรคงศักดิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา