⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 355/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- คำสั่งปลดข้าราชการออกจากราชการตามอำนาจหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ศาลจะเข้าไปชี้ขาดหรือเพิกถอนคำสั่งนั้นไม่ได้ - ฟ้องคดีละเมิดต้องแสดงโดยชัดแจ้งถึงการกระทำละเมิดของจำเลยแต่ละราย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นข้าราชการพลเรือน โจทก์จะต้องปฏิบัติตนตามวินัยข้าราชการพลเรือนโดยต้องรักษาชื่อเสียง มิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วเมื่อโจทก์ถูกกล่าวหาว่าไม่รักษาชื่อเสียง อันขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วแล้ว แม้ขณะเกิดข้อพิพาท โจทก์จะได้รับคำสั่งให้ไปช่วยงานในบริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ก็ย่อมมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการทำการสอบสวนได้ จำเลยที่ 1 ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล มีคำสั่งให้ปลดโจทก์ออกจากราชการ คำสั่งของจำเลยที่ 1 เป็นคำสั่งซึ่งสั่งตามอำนาจที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนอันเป็นอำนาจของทางราชการฝ่ายบริหารจะสั่งได้โดยเฉพาะ ไม่ใช่หน้าที่ของศาลจะเข้าไปชี้ขาดในเรื่องเช่นนี้ โจทก์จะฟ้องขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ 1 ดังกล่าวแล้วหาได้ไม่ (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 818/2499) โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยละเมิดและเรียกค่าสินไหมทดแทนแต่คำบรรยายฟ้องเกี่ยวแก่จำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 8 ถึง 24 ไม่ปรากฏว่าจำเลยดังกล่าวได้กระทำละเมิดต่อโจทก์อย่างไร และที่กล่าวฟ้องว่าจำเลยที่ 8 ถึง 24 ทำการประชุมด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ไม่ปรากฏว่าได้กระทำอย่างไร จึงเป็นฟ้องที่ไม่แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา ไม่ชอบที่ศาลจะรับไว้พิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.18 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.575 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.69 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.76 พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.2497 ม.84

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยหาว่าละเมิด ขอให้เพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ที่ให้ปลดโจทก์ออกจากราชการ ให้โจทก์กลับคืนสู่ฐานะเดิม และให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าสินไหมทดแทน ศาลชั้นต้นตรวจคำฟ้องแล้ว มีคำสั่งให้รับฟ้องโจทก์เฉพาะข้อหาฐานละเมิด เรียกค่าสินไหมทดแทนสำหรับจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ จำเลยอื่นนอกจากนั้นให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ เมื่อจำเลยที่ ๒ ถึงที่ ๗ ยื่นคำให้การแล้ว โจทก์ยื่นคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้อง ศาลชั้นต้นไม่อนุญาตให้โจทก์แก้ไขคำฟ้องที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑, ๘ ถึง ๒๔เพราะไม่มีคำฟ้องอยู่ในระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนในผลแห่งคำสั่งของศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามข้อฎีกาของโจทก์ที่ว่า โจทก์มิได้ฟ้องในฐานะที่โจทก์เป็นข้าราชการ และการถูกกล่าวหาของโจทก์มิใช่งานในหน้าที่ราชการเป็นเรื่องของนิติบุคคลต่างหาก จึงไม่อยู่ในอำนาจของจำเลยที่ ๘ ถึง ๒๔ ในฐานะ อ.ก.พ. จะพิจารณา และไม่อยู่ในอำนาจของจำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นหัวหน้าหน่วยราชการ จะสั่งลงโทษได้นั้น เห็นว่า ฟ้องโจทก์เองก็อ้างมาว่าโจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนสามัญตำแหน่งรองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ ๑ เป็นนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ ๑มีคำสั่งให้ปลดโจทก์ออกจากราชการ ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ ให้โจทก์กลับเข้ารับราชการตามฐานะเดิม เช่นนี้ การที่โจทก์จะอ้างว่าโจทก์มิได้ฟ้องในฐานะโจทก์เป็นข้าราชการ และการกล่าวหาโจทก์มิใช่ในหน้าที่ราชการนั้น จึงเป็นการเถียงฝืนความจริงที่โจทก์กล่าวอ้างมาเป็นเหตุฟ้อง ข้ออ้างโจทก์ฟังไม่ขึ้นส่วนในข้อที่ว่างานที่สอบสวนสั่งปลดโจทก์ออกจากราชการ เป็นการทำงานในหน้าที่การงานของบริษัทไทยโทรทัศน์จำกัด อันเป็นนิติบุคคลต่างหากจากราชการ จำเลยไม่มีสิทธิจะนำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้แก่โจทก์ได้นั้น เห็นว่า ในขณะเกิดข้อพิพาทคดีนี้โจทก์เป็นข้าราชการพลเรือนโจทก์จะต้องปฏิบัติตนตามวินัยข้าราชการพลเรือนซึ่งมาตรา ๗๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗ก็ได้บัญญัติไว้ว่า ข้าราชการพลเรือนต้องรักษาชื่อเสียงมิให้ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่ว ฉะนั้น เมื่อมีข้อกล่าวหาว่าโจทก์ประพฤติชั่วแล้วแม้จะเป็นงานเกี่ยวแก่บริษัทไทยโทรทัศน์ จำกัด ซึ่งโจทก์ได้รับคำสั่งให้ไปช่วยงานในบริษัทดังกล่าวนั้น เมื่อโจทก์ยังรับราชการอยู่ โจทก์จะต้องประพฤติและปฏิบัติตนตามวินัยข้าราชการพลเรือนแต่เมื่อโจทก์ถูกกล่าวหาว่าไม่รักษาชื่อเสียงอันขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วแล้ว จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ย่อมมีอำนาจแต่งตั้งคณะกรรมการทำการสอบสวนได้ดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๘๔ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว ฉะนั้น ข้ออ้างของโจทก์ที่ว่าจะนำพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนมาใช้บังคับในกรณีที่โจทก์ถูกกล่าวหาในเรื่องที่โจทก์ปฏิบัติงานเกี่ยวแก่บริษัทไทยโทรทัศน์จำกัด ไม่ได้ นั้น จึงฟังไม่ขึ้น ส่วนข้อที่โจทก์ขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งของจำเลยที่ ๑ที่ได้สั่งปลดโจทก์ออกจากราชการนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของจำเลยที่ ๑เป็นคำสั่งซึ่งจำเลยที่ ๑ สั่งตามอำนาจที่มีอยู่ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน อันเป็นอำนาจของทางราชการฝ่ายบริหารจะสั่งได้โดยเฉพาะ ไม่ใช่หน้าที่ของศาลจะเข้าไปชี้ขาดในเรื่องเช่นนี้ดังนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๘๑๘/๒๔๙๙ ระหว่างหม่อมราชวงศ์สนั่นลดาวัลย์ โจทก์ จอมพล ป.พิบูลสงคราม ในฐานะนายกรัฐมนตรี จำเลยเหตุนี้ ฟ้องของโจทก์ที่เกี่ยวกับจำเลยที่ ๑ จึงเป็นฟ้องที่ไม่ควรรับไว้พิจารณา ส่วนคำขอของโจทก์ที่กล่าวหาว่าจำเลยละเมิดและเรียกค่าสินไหมทดแทนนั้นจากคำบรรยายฟ้องของโจทก์เกี่ยวแก่จำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๘ ถึงจำเลยที่ ๒๔นั้น ไม่ปรากฏว่าจำเลยดังกล่าวนี้ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์อย่างไร และที่กล่าวฟ้องว่าจำเลยที่ ๘ ถึงจำเลยที่ ๒๔ ทำการประชุมด้วยความจงใจหรือประมาทเลินเล่อก็ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงว่าได้กระทำอย่างไร ฟ้องโจทก์ไม่ได้แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา จึงเป็นฟ้องที่ไม่ควรรับไว้พิจารณาการที่ศาลล่างไม่รับคำฟ้องดังกล่าวของโจทก์ ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ แล้วเมื่อวินิจฉัยเช่นนี้แล้ว ในปัญหาที่โจทก์ฎีกาขอให้สั่งรับคำร้องขอแก้ไขเพิ่มเติมฟ้องสำหรับจำเลยที่ ๑ และจำเลยที่ ๘ ถึงจำเลยที่ ๒๔ จึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่เป็นผลแก่คดีโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 355/2516 นายประสงค์ หงสนันทน์ โจทก์ จอมพลถนอม กิตติขจร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสงค์ หงสนันทน์ · จำเลย - จอมพลถนอม กิตติขจร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สนับ คัมภีรยส · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายกุศล บุญยืน · ศาลอุทธรณ์ - นายมาโนช จรมาศ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 272/2490ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 991/2548ฎีกา 1170/2505ฎีกา 1479/2526ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา