⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 433/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง อำนาจของพนักงานอัยการที่จะเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายย่อมสิ้นไป ศาลจึงไม่มีอำนาจพิพากษาให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ได้

ย่อคำพิพากษา

ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 43 ประกอบกับมาตรา 44 วรรค 2 อำนาจของพนักงานอัยการที่จะเรียกทรัพย์สิน หรือราคาแทนผู้เสียหายในคดีอาญาที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ย่อมเป็นส่วนหนึ่งแห่งคดีอาญา และอำนาจการพิพากษาในส่วนเรียกทรัพย์สินหรือราคา ก็เป็นส่วนหนึ่งแห่งคดีอาญา เมื่อการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานยักยอกดังที่โจทก์ฟ้อง อำนาจของพนักงานอัยการที่จะเรียกทรัพย์สินหรือราคาแทนผู้เสียหายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 43 ย่อมสิ้นไป ศาลจึงไม่มีอำนาจที่จะพิพากษาให้คืน หรือใช้ราคาทรัพย์ได้ (ถูก 1039/2516 ประชุมใหญ่ ทับเสียแล้ว)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.43 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.44 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.47 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับอำนาจจากนางดวงจันทร์ วงศ์เสน ฯลฯ ให้เป็นผู้รับเงินฌาปนกิจสงเคราะห์ข้าราชการครูของนายหอมสามีนางดวงจันทร์ จากแผนกศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี จำเลยได้รับเงิน ๑๓,๕๙๕.๑๐ บาท ของผู้เสียหายไว้แล้วเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๑๓ ต่อมาจำเลยซึ่งเป็นผู้ครอบครองทรัพย์ดังกล่าวได้เบียดบังยักยอกเอาเงินดังกล่าวทั้งหมดไป เป็นของจำเลยโดยทุจริต ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ๑๓,๕๙๕.๑๐ บาท แก่เจ้าทรัพย์ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นเชื่อว่าเงินที่ผู้เสียหายมอบให้จำเลยรับจากแผนกศึกษาธิการ ฯ เหลืออยู่ที่จำเลย ๓,๑๐๕.๑๐ บาท จำเลยยักยอกเงินจำนวนนี้ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิด ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๓,๑๐๕.๑๐ บาท แก่ผู้เสียหาย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ยกฟ้องในความผิดส่วนอาญา พิพากษายืนในส่วนที่ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๓,๑๐๕.๑๐ บาท แก่ผู้เสียหาย โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ยอดเงินคงเหลือที่จำเลยเพียง ๓,๑๐๕.๑๐ บาท เป็นเงินที่จำเลย บังคับให้ผู้เสียหายไม่ครบเท่านั้น พฤติการณ์ของจำเลยไม่เป็นการกระทำโดยทุจริต ไม่เป็นความผิดอาญาฐานยักยอก เงินที่เกี่ยวกันกันอยู่ก็เป็นเรื่องที่ผู้เสียหายจะเรียกร้องเอาแก่จำเลยในทางแพ่ง อนึ่ง ศาลฎีกาเห็นว่าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๔๓ ประกอบกับมาตรา ๔๔ วรรค ๒ อำนาจ ของพนักงานอัยการที่จะเรียกทรัพย์สิน หรือราคาแทนผู้เสียหายในคดีอาญาที่พนักงานอัยการที่โจทก์ ย่อมเป็นส่วนหนึ่งแห่งคดีอาญา และอำนาจการพิพากษาในส่วนเรียกทรัพย์สิน หรือราคา ก็เป็นส่วนหนึ่งแห่งคดีอาญา เมื่อการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิดฐานยักยอกดังที่โจทก์ฟ้อง อำนาจของพนังงานอัยการที่จะเรียกทรัพย์สิน หรือราคาแทนผู้เสียหายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๔๓ ย่อมสิ้นไป ศาลจึงไม่มีอำนาจที่จะพิพากษาให้คืน หรือใช้ราคาทรัพย์สินได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้ยกคำพิพากษาในส่วนที่ให้จำเลยคืน หรือใช้เงิน ๓,๑๐๕.๑๐ บาทเสีย แต่ไม่ตัดสิทธิผู้เสียหายที่จะฟ้องเรียกร้องเอาแก่จำเลยในทางแพ่ง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 433/2516 พนังงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี โจทก์ นายผิว วงเสน หรือวงศ์เสน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนังงานอัยการจังหวัดอุบลราชธานี · ล. - นายผิว วงเสน หรือวงศ์เสน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · ฟักทองพรรณ · ดวง ดีวาจิน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุบลราชธานี - นายพล วงศ์พรหม · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ จามรมาน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 7100/2538ฎีกา 915/2566ฎีกา 4273-4274/2534ฎีกา 1057/2514ฎีกา 2975/2529ฎีกา 3303/2531ฎีกา 1140/2507ฎีกา 979/2501ฎีกา 7201/2568ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 11216/2555ฎีกา 8552/2552ฎีกา 5702/2533ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555ฎีกา 1112/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 3050/2544ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 920/2480ฎีกา 2289/2568
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา