⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 7/2516

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2516

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจกระทำเอกสารขึ้น แม้ข้อความไม่ตรงกับความจริง ก็ไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร การแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน แม้จะทำให้ผู้อื่นถูกกักขัง ก็ไม่เป็นความผิดฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย หากการกักขังนั้นเป็นไปตามดุลพินิจของพนักงานสอบสวน

ย่อคำพิพากษา

เอกสารที่บุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่กระทำได้ ได้ทำขึ้นนั้นแม้ข้อความในเอกสารนั้นจะไม่ตรงกับความจริง ก็หาเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารไม่ จำเลยไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่า โจทก์ยักยอกทรัพย์จนโจทก์ถูกพนักงานสอบสวนกักขัง ก็เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจว่าจะกักขังโจทก์หรือไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 310

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.310

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ รู้อยู่ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น บังอาจแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญา แก่พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อย ว่าโจทก์ทั้งสองมีเจตนาทุจริตเอาทรัพย์สินของมัสยิดกุฎีหลวงไปเป็นประโยชน์ส่วนตัว และจำเลยทั้งสองได้สมคบกันทำบัญชีศาสนสมบัติของมัสยิดกุฎีหลวงซึ่งเป็นเอกสารสิทธิทางราชการปลอมขึ้นทั้งฉบับแล้วจำเลยที่ ๑ ได้ใช้เอกสารดังกล่าวส่งอ้างเป็นพยานต่อพนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนเชื่อว่าโจทก์ทั้งสองได้สมคบกันกระทำความผิดฐานยักยอกจริง เป็นเหตุให้โจทก์ทั้งสองถูกตำรวจสถานีตำรวจนครบาลบางกอกน้อยจับตัวไปคุมขังไว้ทำให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๗๒, ๑๗๓, ๑๗๔, ๑๗๙, ๒๖๔, ๒๖๕, ๒๖๖, ๒๖๘, ๓๑๐, ๘๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ทรัพย์พิพาทอันเป็นมูลแห่งคดียังชี้ขาดไม่ได้ว่าเป็นของฝ่ายใดแน่คดีจึงยังไม่พอฟังว่าจำเลยได้กระทำผิดฐานแจ้งความเท็จโจทก์ไม่มีพยานรู้เห็นว่าจำเลยทำการปลอมบัญชีศาสนสมบัติของมัสยิดเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารที่จำเลยทั้งสองมีอำนาจทำขึ้นเองได้แม้จะมีข้อความไม่จริง ก็ไม่เป็นการปลอมเอกสาร และการที่โจทก์ต้องถูกตำรวจจับไปควบคุมก็เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะเห็นสมควร ไม่ใช่ผลโดยตรงต่อการแจ้งความของจำเลย จำเลยจึงไม่มีความผิด พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาต่อมา ศาลชั้นต้นสั่งว่าฎีกาของโจทก์เป็นปัญหาข้อเท็จจริงทั้งสิ้นต้องห้ามมิให้ฎีกา โจทก์อุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกามีคำสั่งให้รับฎีกาของโจทก์ในข้อหาฐานทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอมกับในข้อหาฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ซึ่งเป็นปัญหาข้อกฎหมาย ศาลฎีกาได้พิเคราะห์แล้ว ฎีกาของโจทก์ในข้อหาฐานทำพยานหลักฐานอันเป็นเท็จ ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม นั้น ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า ตามทางพิจารณาคงได้ความว่าบัญชีทรัพย์สินที่อ้างว่าจำเลยทำปลอมขึ้นนั้น เป็นการทำเอกสารในอำนาจหน้าที่ของจำเลยที่จะทำได้ในฐานะที่เป็นกรรมการมัสยิด ไม่ปรากฏว่าเป็นการทำเอกสารปลอมหรือเลียนแบบเอกสารที่แท้จริงฉบับใด ศาลฎีกาเห็นว่า เอกสารที่บุคคลผู้มีอำนาจหน้าที่กระทำได้ได้ทำขึ้นนั้น แม้ข้อความในเอกสารนั้นจะไม่ตรงกับความจริง ก็หาเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ ไม่ เทียบตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๔๑/๒๔๙๔ ระหว่าง อัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายอุดมเกษมทรัพย์ กับพวก จำเลย และเมื่อการกระทำของจำเลยไม่เป็นผิดฐานปลอมเอกสารดังกล่าวแล้ว ความผิดฐานใช้เอกสารปลอมตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ ก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วนข้อหาของโจทก์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๗๙ ที่โจทก์ฟ้องมาด้วยนั้น โจทก์มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวไว้ในชั้นศาลอุทธรณ์ โจทก์เพิ่งมากล่าวอ้างขึ้นในชั้นฎีกานี้เอง ศาลฎีกาจึงไม่รับวินิจฉัยสำหรับข้อหาฐานทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๑๐ นั้นแม้จะฟังได้ว่าจำเลยไปแจ้งต่อพนักงานสอบสวนว่าโจทก์ยักยอกทรัพย์ และโจทก์ถูกพนักงานสอบสวนกักขังก็ตาม ก็เป็นเรื่องที่พนักงานสอบสวนใช้ดุลพินิจว่าจะกักขังโจทก์หรือไม่ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานนี้เทียบตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกาที่ ๒๗/๒๔๘๖ ระหว่าง นายหมู บุญเป็ง โจทก์นายอักษร สุระพิพิธ จำเลย ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7/2516 นายประสิทธิ์ จุฬารัตน์ ที่ 1 นายแสด จุฬารัตน์ ที่ 2 โจทก์ นายกระแสร์ จุฬารัตน์ ที่ 1 นายยูซุฟ ศาสนกูล ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสิทธิ์ จุฬารัตน์ ที่ 1 นายแสด จุฬารัตน์ ที่ 2 · จำเลย - นายกระแสร์ จุฬารัตน์ ที่ 1 นายยูซุฟ ศาสนกูล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิกรม เมาลานนท์ · สนับ คัมภีรยส · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา · ศาลอุทธรณ์ - นายศิริ กลัมพะสุต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2229/2566ฎีกา 887/2518ฎีกา 3849/2533ฎีกา 1514/2532ฎีกา 222/2554ฎีกา 484/2503ฎีกา 3935/2550ฎีกา 5406/2530ฎีกา 934/2519ฎีกา 1786/2554ฎีกา 2907/2526ฎีกา 468/2566ฎีกา 3020/2533ฎีกา 1734-1735/2532ฎีกา 668/2502ฎีกา 639/2535ฎีกา 1654/2520ฎีกา 5356/2533ฎีกา 51/2517ฎีกา 1113/2510ฎีกา 3991/2549ฎีกา 7854/2549ฎีกา 312/2558ฎีกา 679/2509
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา