⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1658/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1658/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่โจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางภาระจำยอมในคดีก่อน แล้วศาลพิพากษายกฟ้องโดยวินิจฉัยว่าทางที่ฟ้องไม่ใช่ทางภาระจำยอมนั้น ไม่เป็นการฟ้องซ้ำกับการที่โจทก์มาฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นในเส้นทางเดิมในคดีนี้ เพราะประเด็นข้อพิพาทในคดีทั้งสองแตกต่างกัน 2. เมื่อโจทก์ฟ้องขอให้เปิดทางจำเป็นและเสนอค่าทดแทนมาแล้ว และจำเลยต่อสู้ว่าค่าทดแทนที่เสนอต่ำเกินไป ถือว่ามีข้อพิพาทในประเด็นค่าทดแทนแล้ว ศาลจึงมีอำนาจวินิจฉัยกำหนดค่าทดแทนได้

ย่อคำพิพากษา

คดีก่อนโจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางภาระจำยอมประเด็นที่พิพาทกันคือทางที่ฟ้องเป็นทางภาระจำยอมหรือไม่ศาลพิพากษายกฟ้อง คดีถึงที่สุดแล้ว โจทก์ฟ้องคดีนี้ขอผ่านที่จำเลยในเส้นทางเดิมที่เคยใช้เพราะถือว่าเป็นทางจำเป็นประเด็นพิพาทอยู่ที่ว่าเป็นทางจำเป็นหรือไม่แตกต่างกับคดีก่อนไม่เป็นฟ้องซ้ำ โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางจำเป็น และเสนอจำนวนเงินค่าทดแทนเพื่อให้ศาลสั่งให้แก่จำเลยเป็นรายปีๆ ละ50 บาทเข้ามาด้วย จำเลยต่อสู้ว่าค่าทดแทนที่โจทก์เสนอต่ำกว่าราคาเป็นจริงของที่ดินจำเลย ดังนี้ ข้อพิพาทในประเด็นเรื่องค่าทดแทนจึงมีอยู่แล้วตามคำฟ้องและคำให้การ เมื่อโจทก์จำเลยได้นำสืบพยานในประเด็นข้อนี้กันมาแล้วศาลก็ย่อมมีอำนาจวินิจฉัยว่าสมควรจะให้ค่าทดแทนกันเพียงใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1349

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๒๑๒๕ จำเลยเป็นเจ้าของที่ดินมีเขตติดต่อที่ดินโจทก์ทางด้านทิศเหนือ ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อมของที่ดินบุคคลอื่น ไม่อาจออกไปสู่ทางสาธารณะได้นอกจากต้องผ่านที่ดินของจำเลย จำเลยได้ตีสังกะสีปิดกั้นทางจำเป็นดังกล่าว โจทก์ไม่สามารถเข้าออกและใช้รถบรรทุกได้ขอให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปิดกั้นทางพิพาท ห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องกระทำการอันเป็นการกีดขวางการใช้ถนนพิพาทต่อไปโดยโจทก์ยอมเสียค่าเสียหายให้จำเลยเป็นเงิน ๑,๕๐๐ บาท หากจำเลยจะเอาเป็นรายปียอมให้ปีละ ๕๐ บาท จำเลยให้การและแก้ไขคำให้การว่า โจทก์มีทางออกจากที่ดินสู่ถนนสาธารณะได้ไม่จำเป็นต้องผ่านที่ดินของจำเลย หากจะต้องเปิดทางพิพาท จำเลยเสียหายเพราะที่ดินทางทิศตะวันออกของทางเหลือเป็นเศษเพียง ๗ วา โจทก์เสนอให้ราคาค่าทดแทนต่ำกว่าราคาที่แท้จริงของที่ดินจำเลย ฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ที่ดินของโจทก์ตกอยู่ในที่ล้อม การเลือกออกสู่ทางสาธารณะโดยผ่านที่จำเลยเป็นทางที่สั้นและสะดวกที่สุด พิพากษาให้โจทก์มีสิทธิใช้ที่ดินของจำเลยตามทิศทางและเนื้อที่ที่ศาลกำหนดให้เป็นทางเข้าออก และมีสิทธิทำถนนภายในเขตที่ดินนั้นด้วย ห้ามจำเลยขัดขวางการใช้สิทธิของโจทก์ให้รื้อถอนสิ่งกีดกั้นทางในส่วนที่ทำให้โจทก์ใช้สิทธิดังกล่าวนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ โจทก์จะต้องใช้ค่าทดแทนการใช้ที่ดินส่วนนี้ในอัตราปีละ ๕๐ บาทแก่จำเลยด้วย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า จำเลยมิได้ฟ้องแย้งเรื่องค่าทดแทน จึงไม่มีประเด็นในเรื่องนี้พิพากษาแก้เป็นว่า ที่ให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนให้จำเลยปีละ ๕๐ บาทนั้นให้ยก นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ในปัญหาที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๘๔/๒๕๑๓ นั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีแพ่งหมายเลขแดงที่ ๒๘๔/๒๕๑๓โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยเปิดทางภาระจำยอม ประเด็นที่พิพาทกันคือทางที่ฟ้องเป็นทางภาระจำยอมหรือไม่ แต่ฟ้องคดีนี้โจทก์ฟ้องขอผ่านที่จำเลยในเส้นทางเดิมที่เคยใช้เพราะถือเป็นทางจำเป็น ประเด็นพิพาทอยู่ที่ว่าเป็นทางจำเป็นหรือไม่แตกต่างกับคดีก่อน จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ สำหรับในปัญหาข้อเท็จจริงนั้น ศาลฎีกาฟังว่าที่ดินโจทก์อยู่ในที่ล้อมไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ และโจทก์ได้เลือกที่ผ่านพอสมควรแก่ความจำเป็น และจะเป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายน้อยที่สุดที่จะเป็นได้แล้ว และเส้นทางที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้โดยได้เห็นสภาพของที่พิพาทแล้ว เป็นการใช้ดุลพินิจพอควรแก่ความจำเป็นของโจทก์แล้วไม่มีเหตุควรแก้ไข เรื่องค่าทดแทนนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์ได้เสนอให้ค่าทดแทนเพื่อให้ศาลสั่งให้แก่จำเลยเป็นรายปี ๆ ละ ๕๐ บาทเข้ามาด้วยจำเลยต่อสู้ว่าต่ำกว่าราคาเป็นจริงของที่ดินจำเลยข้อพิพาทในประเด็นเรื่องนี้จึงมีอยู่แล้วตามฟ้องและคำให้การของจำเลย ศาลจึงมีอำนาจวินิจฉัยว่าสมควรให้กันเพียงใด ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าไม่เป็นประเด็นในคดี ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย และศาลฎีกาเห็นควรวินิจฉัยโดยไม่ต้องย้อนสำนวน ศาลฎีกาพิจารณาข้อนำสืบของโจทก์จำเลยในประเด็นข้อนี้แล้ว เห็นสมควรให้จำเลยได้ค่าทดแทนปีละ ๑๕๐ บาท พิพากษาแก้ เป็นให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนให้จำเลยปีละ ๑๕๐ บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1658/2517 นายเจตน์ เกรอด โจทก์ นางอุบล เวชวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเจตน์ เกรอด · จำเลย - นางอุบล เวชวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม จาละ · กฤษณ์ โสภิตกุล · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายบุญทรง เค้าไพบูลย์ · ศาลอุทธรณ์ - นายล้วน นิลกำแหง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 1452/2511ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 991/2548ฎีกา 2610/2538ฎีกา 1687/2497ฎีกา 226/2532ฎีกา 2635/2527ฎีกา 1510/2520ฎีกา 4085/2559ฎีกา 6196/2537ฎีกา 1250/2517ฎีกา 8087/2543ฎีกา 590/2521ฎีกา 486/2492ฎีกา 8727/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา