⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1730/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ที่ให้รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น ไม่ใช่คำพิพากษาตามกฎหมาย จึงไม่มีสิทธิฎีกาได้

ย่อคำพิพากษา

คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่สั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้นเป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ยังมิได้มีคำพิพากษา จำเลยไม่มีสิทธิฎีกา ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 196

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.196

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเรียกเอาเงินและขู่บังคับให้โจทก์หาเงินให้จำเลย อันเป็นการเรียกหรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการใดในตำแหน่งเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๙, ๑๕๗ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วสั่งว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธ วันนัดสืบพยานโจทก์ ทนายโจทก์ขอเลื่อนคดีอ้างว่าโจทก์ไปกิจธุระส่วนตัวที่กรุงเทพฯ ไม่ได้มาศาล พยานอื่นก็ไม่มา จำเลยคัดค้าน ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์จำเลย วินิจฉัยว่า โจทก์ทราบวันนัดสืบพยานโจทก์แล้วมีเจตนาส่อไปในทางประวิงคดีให้ชักช้า เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่จำเลยไม่มีเหตุสมควรให้โจทก์เลื่อนคดี ถือได้ว่าโจทก์ไม่มีพยานมาสืบเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลยตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับอุทธรณ์ อ้างว่าคำสั่งของศาลชั้นต้นที่ให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยนัดฟังคำพิพากษา เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาโจทก์มิได้โต้แย้งคัดค้านไว้ทั้งที่มีเวลาสมควรที่จะโต้แย้งคัดค้านได้ก่อนศาลพิพากษาคดีของโจทก์จึงต้องห้ามอุทธรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ ประกอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๕ โจทก์อุทธรณ์คำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ ศาลอุทธรณ์มีคำสั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์อ้างว่าประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ได้บัญญัติเรื่องการอุทธรณ์คำสั่งระหว่างพิจารณาไว้โดยเฉพาะแล้วตามมาตรา ๑๙๖ จะนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๖ มาใช้บังคับไม่ได้ โจทก์มีสิทธิอุทธรณ์ได้หลังจากศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาแล้วโดยไม่ต้องโต้แย้งคำสั่งไว้ก่อน จำเลยฎีกาขอให้กลับคำสั่งศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาเห็นว่า คำสั่งของศาลอุทธรณ์ที่สั่งให้รับอุทธรณ์ของโจทก์นั้น เป็นคำสั่งระหว่างพิจารณาของศาลอุทธรณ์ เมื่อศาลอุทธรณ์ยังมิได้มีคำพิพากษาจำเลยไม่มีสิทธิฎีกาต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๖ พิพากษายกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1730/2517 นายปรีชา วิเศษรัตน์ โจทก์ ร้อยตำรวจโทสุระชัย บัวอ่อน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายปรีชา วิเศษรัตน์ · จำเลย - ร้อยตำรวจโทสุระชัย บัวอ่อน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมชัย ทรัพยวณิช · วิกรม เมาลานนท์ · สุธี ชอบธรรม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดยโสธร - นายจิตต์ ญาณะจารี · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 888/2490ฎีกา 280/2505ฎีกา 7227-7228/2551ฎีกา 409/2481ฎีกา 1666/2506ฎีกา 1262/2504ฎีกา 157/2506ฎีกา 1376/2520ฎีกา 3523/2528ฎีกา 124/2528ฎีกา 2081-2082/2497ฎีกา 572/2518ฎีกา 408/2483ฎีกา 1856/2555ฎีกา 626/2524ฎีกา 2213/2550ฎีกา 9377/2554ฎีกา 391/2532ฎีกา 5985/2550ฎีกา 352/2485ฎีกา 575/2494ฎีกา 86/2481ฎีกา 2756/2524ฎีกา 64/2494
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา