⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1946/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1946/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยหยุดรถตามปกติในเส้นทางเดินรถ ไม่ถือเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายแก่บุคคลอื่นตามกฎหมาย แม้จะเกิดอุบัติเหตุขึ้นภายหลังจากการกระทำของบุคคลที่สาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขับรถยนต์บรรทุกหยุดอยู่ในเส้นทางมีรถยนต์ส่วนบุคคลมาหยุดอยู่ท้ายรถยนต์บรรทุกของจำเลย ป. ขับรถยนต์โดยสารอีกคันหนึ่งฝ่าฝืนกฎหมายชนรถยนต์ส่วนบุคคลดังกล่าวอัดเข้ากับรถบรรทุกของจำเลย เป็นเหตุให้คนบนรถยนต์ส่วนบุคคลได้รับอันตรายแก่กาย ดังนี้ ถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายแก่บุคคลอื่น ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 30 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ 59 ข้อ 6 เมื่อจำเลยไม่กระทำการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงไม่เป็นความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ม.6 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 ม.13 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.30 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์บรรทุกจะเลี้ยวรถข้ามไปยังถนนอีกซีกหนึ่ง ได้หยุดรอรถทางตรงอยู่ในทางเดินรถช่องที่ ๓ ชิดเกาะกลางถนนขณะนั้น นายป้อ เต็มสระน้อย ขับรถยนต์โดยสารมาด้วยความเร็วแซงรถอื่นเข้ามาในทางเดินรถช่องสามโดยไม่ระมัดระวังชนรถยนต์ส่วนบุคคลคันหนึ่ง ซึ่งจอดรอรถยนต์บรรทุกของจำเลยอยู่อัดเข้ากับรถยนต์บรรทุกของจำเลยเป็นเหตุให้นายสุวรรณ สุจริตซึ่งนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลคันดังกล่าวได้รับอันตรายแก่กายถึงสาหัส ซึ่งจะเป็นความผิดของจำเลยหรือไม่ก็ตามจำเลยบังอาจไม่กระทำการช่วยเหลือตามสมควรและไม่แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที กลับหลบหนีไป ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๓๐, ๖๘ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๑๕ ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่ ๕๙ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๑๕ ข้อ ๖, ๑๓ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ใช่ผู้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์และอันตรายแก่กาย จำเลยไม่มีหน้าที่ต้องกระทำการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยหยุดรถบรรทุกรออยู่ในเส้นทางมีรถยนต์ส่วนบุคคลจอดอยู่ท้ายรถยนต์บรรทุกของจำเลย นายป้อเต็มสระน้อย ขับรถยนต์โดยสารฝ่าฝืนกฎหมายชนรถยนต์ส่วนบุคคลที่จอดอยู่ท้ายรถยนต์บรรทุกของจำเลยอัดเข้ากับรถจำเลย เป็นเหตุให้นายสุวรรณ สุจริต ซึ่งนั่งอยู่ในรถยนต์ส่วนบุคคลได้รับอันตรายแก่ร่างกายการที่จำเลยจอดรถอยู่ในเส้นทางของตนมีรถคันอื่นมาชนรถคันที่จอดท้ายรถของจำเลยอัดเข้ากับรถจำเลย เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายแก่ร่างกายเช่นนี้ เห็นว่าจำเลยมิได้เป็นผู้ก่อให้เกิดอันตราย การที่จำเลยไม่กระทำการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๓๐ ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๙ ข้อ ๖ ที่โจทก์ฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1946/2517 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสุข พลอยบุตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นายสุข พลอยบุตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิทูร เทพพิทักษ์ · เสถียร ลิมปิษเฐียร · ศิริ อติโพธิ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายธาดา วัชรานันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบัญชา กุลทนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1460/2517ฎีกา 919/2517ฎีกา 2255/2522ฎีกา 381/2525ฎีกา 1288/2508ฎีกา 2026/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา