⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 919/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ขับรถที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น มีหน้าที่ต้องแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทันที แม้จะได้ให้ความช่วยเหลือตามสมควรแล้วก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ผู้ขับรถเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่นนั้น แม้จะหยุดกระทำการช่วยเหลือตามสมควรแล้ว และมิได้จงใจหลบหนี แต่ละเลยไม่ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที ผู้ขับรถนั้นย่อมมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2477 มาตรา 30 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม.7 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม.13 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม.15 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.29 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.30 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้รับอนุญาตให้ขับรถยนต์ขนส่งประจำทางสาธารณะและประเภทส่วนบุคคล จำเลยขับรถยนต์ประจำทางด้วยความประมาทโดยชะลอรถเพื่อรับคนโดยสารตรงบริเวณที่ไม่มีป้ายจอดรถยนต์ประจำทางนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ขึ้นไปบนรถคันนั้นยังไม่ทันเรียบร้อยจำเลยเร่งขับรถออกไปโดยเร็ว เป็นเหตุให้นายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตกลงจากรถได้รับบาดเจ็บสาหัส และถึงแก่ความตายในเวลาต่อมาเมื่อนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตกลงจากรถ จำเลยได้หลบหนีไปมิได้ช่วยเหลือนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตามสมควร และมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันทีขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๓๐, ๖๘ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓, ๑๕ และถอนใบอนุญาตขับรถของจำเลย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยมิได้ชะลอความเร็วของรถลงเพื่อรับคนโดยสาร แต่เพื่อหักหลบรถเก๋งที่จอดอยู่ริมถนนด้านซ้ายมือไปทางขวามือ จำเลยไม่ทราบว่านายเว่งชุน แซ่ตั้ง ก้าวขึ้นรถในขณะที่จำเลยชะลอความเร็วของรถอยู่นั้นเพราะบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีป้ายจอดรถยนต์ประจำทางนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตกลงจากรถที่จำเลยขับเมื่อจำเลยหักพวงมาลัยรถไปทางขวามือเพื่อแซงรถเก๋งที่จอดอยู่ขึ้นไปเพราะความประมาทของนายเว่งชุน แซ่ตั้ง เอง เมื่อเกิดเหตุแล้วจำเลยได้หยุดรถช่วยเหลือนายเว่งชุน แซ่ตั้ง หลังจากนั้นจำเลยไปแจ้งให้บริษัทเจ้าของรถทราบ ในวันรุ่งขึ้นจากวันเกิดเหตุจำเลยมีความจำเป็นต้องเดินทางไปจังหวัดพังงา และเมื่อกลับมาจากจังหวัดพังงา จำเลยก็เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนในวันที่จำเลยกลับมาถึงกรุงเทพฯ นั้นเอง จำเลยมิได้จงใจหลบหนีจำเลยจึงไม่มีความผิดตามฟ้องโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า เมื่อนายเว่งชุน แซ่ตั้ง ตกลงจากรถยนต์ประจำทางที่จำเลยขับแล้ว จำเลยมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันที แม้จำเลยมิได้จงใจหลบหนี จำเลยก็มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๓๐, ๖๘ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗, ๑๓, ๑๕ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗มาตรา ๓๐ วรรคแรก บัญญัติว่า "ผู้ใดขับรถเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สินของผู้อื่น จะเป็นความผิดของผู้ขับหรือไม่ก็ตามผู้ขับจะต้องหยุดกระทำการช่วยเหลือตามสมควร และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในที่ใกล้เคียงนั้นทันที" การที่บทบัญญัติของกฎหมายดังกล่าวบัญญัติให้ผู้ขับรถต้องไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันทีเป็นคนละเรื่องกับการที่คนขับรถนั้นหลบหนีหรือไม่ เพราะแม้แต่เหตุที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่ความผิดของคนขับรถก็ยังบัญญัติให้ต้องไปแจ้ง เมื่อจำเลยไม่จงใจหลบหนี แต่ละเลยไม่ไปแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันที จำเลยจึงมีความผิดฐานนี้ แต่ไม่มีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๗ และมาตรา ๑๓ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๓๐, ๖๘ พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๑๕ ให้ปรับจำเลย ๕๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 919/2517 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ นายสุทน กสิรักษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - นายสุทน กสิรักษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ล้วน นิลกำแหง · สวัสดิ์ ภู่งาม · ยงยุทธ เลอลภ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายพิชัย วุฒิจำนงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมัย พนมวัน ณ อยุธยา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 947-948/2498ฎีกา 754/2486ฎีกา 1946/2517ฎีกา 725/2513ฎีกา 1672/2521ฎีกา 1460/2517ฎีกา 606/2515ฎีกา 2255/2522ฎีกา 685/2519ฎีกา 567/2506ฎีกา 1199/2510ฎีกา 381/2525ฎีกา 769/2510ฎีกา 206/2503ฎีกา 2918/2519ฎีกา 1411/2517ฎีกา 261/2510ฎีกา 394/2517ฎีกา 622/2502ฎีกา 377/2483ฎีกา 202/2510ฎีกา 2082/2517ฎีกา 1288/2508ฎีกา 889/2484
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา