⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2255/2522

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2522

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่จำเลยเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นอยู่แล้วว่าอาจจะทำให้เกิดผลร้ายประการใดประการหนึ่งขึ้น และผลร้ายนั้นเกิดขึ้นจริง ย่อมถือว่าจำเลยมีเจตนาต่อผลร้ายนั้น

ย่อคำพิพากษา

บรรยายฟ้องว่าจำเลยมีเจตนาจะให้รถยนต์ที่ผู้ตายขับชนกับรถโดยสารประจำทางซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นอยู่แล้วว่า เมื่อรถโดยสารแล่นสวนทางมาในระยะใกล้ หากจำเลยได้หยุดและหักรถหลบเข้ามาทางซ้าย ผู้ตายต้องหลบมาทางขวา จะชนกับรถโดยสารในทันที ผู้ตายและผู้โดยสารต้องถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส และรถทั้งสองชนกันมีคนตายและบาดเจ็บสาหัสดังเจตนาของจำเลย หรือมิฉะนั้นก็ขับรถด้วยความประมาทแสดงว่าฟ้องมีความประสงค์ให้ลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง หาใช่ขอให้ลงโทษทั้งสองอย่างไม่ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วย ป.วิ.อ. มาตรา 158 (5) และจำเลยเข้าใจฟ้องได้ดี ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 1547/2511) จำเลยขับรถปิดเส้นทางไม่ยอมให้ผู้ตายซึ่งขับรถตามหลังมาแซงขึ้นหน้า เมื่อรถโดยสารประจำทางแล่นสวนทางมา จำเลยก็แกล้งเบรคให้รถหยุดในทันที การกระทำเช่นนี้จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าผู้ตายต้องหักรถหลบไปทางขวาและชนกับรถโดยสารนั้น ซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยได้ว่าจะมีผู้ได้รับอันตรายบาดเจ็บและตายเกิดขึ้นจากเหตุที่รถชนกันนั้น ฉะนั้นเมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยผลแห่งการกระทำของจำเลยดังกล่าว จงได้ชื่อว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 พ.ศ. 2515 ม.6 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 พ.ศ. 2515 ม.11 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 พ.ศ. 2515 ม.13 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายอาญา ม.3 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291 ประมวลกฎหมายอาญา ม.300 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.78 พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.160 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 ม.7 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.29 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.30 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.66 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.68

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยมีเจตนาให้รถยนต์ที่ผู้ตายขับชนกับรถยนต์ประจำทาง ซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นอยู่แล้วว่าต้องมีคนตายและบาดเจ็บสาหัส หรือมิฉะนั้นก็ขับรถด้วยความประมาทเป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บ เกิดเหตุแล้วจำเลยไม่กระทำการช่วยเหลือตามสมควร และแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288,291,300,91 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 29, 30, 66, 68 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2508 มาตรา 7 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 พ.ศ.2515 ข้อ 6, 11, 13 ขอให้เพิกถอนใบอนุญาตขับขี่ของจำเลยด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 มาตรา 30, 68 ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที 59 ข้อ 6, 3 จำเลย 1 ปี เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 รวมเป็นโทษจำคุก 21 ปี ข้อหาและคำขออื่นให้ยก จำเลยอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าฟ้องบรรยายถึงการกระทำทั้งหลายที่อ้างว่าจำเลยกระทำผิด ว่าจำเลยมีเจตนาจะให้รถยนต์ที่นายจำนงค์ขับชนกับรถโดยสารประจำทางซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำนั้นแล้วว่าเมื่อรถโดยสารประจำทางแล่นสวนทางมาในระยะใกล้ หากจำเลยได้หยุดและหักรถหลบเข้ามาทางซ้าย นายจำนงค์ ต้องหลบมาทางขวา จะชนกับรถโดยสารประจำทางในทันที นายจำนงค์และผู้โดยสารต้องถึงแก่ความตายและบาดเจ็บสาหัส และรถยนต์ที่นายจำนงค์ขับก็ได้ชนกับรถประจำทาง มีคนตายและบาดเจ็บสาหัสสมดังเจตนาของจำเลย หรือมิฉะนั้นก็ขับชนด้วยความประมาท แสดงว่าฟ้องมีความประสงค์จะให้ลงโทษฐานฆ่าคนตายโดยเจตนา หรือมิฉะนั้นก็ขอให้ลงโทษฐานทำให้คนตายโดยประมาท อย่างใดอย่างหนึ่ง หาใช่ขอให้ลงโทษทั้งสองอย่างไม่ ฟ้องโจทก์จึงชอบด้วยกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 (5) และจำเลยเข้าใจฟ้องได้ดี ฟ้องโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ที่จำเลยขับรถปิดเส้นทางไม่ยอมให้ผู้ตายซึ่งขับรถตามหลังมาแซงขึ้นหน้า และเมื่อจำเลยเห็นรถยนต์โดยสารประจำทางแล่นสวนทาง จำเลยก็แกล้งเบรคให้รถหยุดในทันที การที่จำเลยกระทำเช่นนี้ จำเลยย่อมเล็งเห็นได้ว่าสู้ตายต้องหักรถหลบไปทางขวาและชนกับรถโดยสารประจำทางนั้น ซึ่งจำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของจำเลยได้ว่าจะมีผู้ได้รับอันตรายบาดเจ็บและตายเกิดขึ้นจากเหตุที่รถยนต์ชนกันนั้น ฉะนั้นเมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายด้วยผลแห่งการกระทำของจำเลยดังกล่าว จึงได้ชื่อว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตาย ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา ปรากฏว่าได้มีพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ออกใหม่ ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2522 เป็นต้นมา ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกที่ออกใช้ใหม่นี้ ได้บัญญัติถึงความผิดฐานเมื่อเกิดเหตุแล้วไม่ให้ความช่วยเหลือตามสมควรและแจ้ง เหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ไว้ในมาตรา 78 และ 160 ซึ่งในกรณีที่เป็นเหตุให้ผู้ได้รับอันตรายสาหัสหรือตาย ผู้ไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือนและปรับไม่เกินห้าพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับเป็นคุณยิ่งกว่าโทษพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 477 มาตรา 30, 68 ซึ่งระวางโทษจำคุกไม่เกิดหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงต้องใช้กฎหมายที่เป็นคุณแก่จำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 3 พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 98, 160 จำคุก 2 เดือน เมื่อรวมกับโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 อีกกระทงหนึ่ง คงจำคุกจำเลย รวม 20 ปี 2 เดือน นอกจากที่แก้นี้แล้วคงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2255/2522 พนักงานอัยการจังหวัดสตูล โจทก์ นายสมศักดิ์ นิลนุ้ย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสตูล · จำเลย - นายสมศักดิ์ นิลนุ้ย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พยนต์ ยาวะประภาษ · ผสม จิตรชุ่ม · สุทิน เลิศวิรุฬห์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสตูล - นายพิณ อินทกาญจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายวุฒิ ยุววิทยาพาณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2530/2527ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1220/2510ฎีกา 551/2514ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 8833/2554ฎีกา 1082/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา