คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2520
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่มิได้เป็นผู้ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายผู้อื่น ไม่มีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องหยุดรถทำการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบกฯ
ย่อคำพิพากษา
จำเลยที่ 1 ขับรถมาชนรถจำเลยที่ 2 ซึ่งหยุดรถอยู่ขอบทาง เป็นเหตุให้มีคนตายและบาดเจ็บ ดังนี้ จำเลยที่ 2 มิใช่ผู้ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายผู้อื่น การที่จำเลยที่ 2 ไม่หยุดรถทำการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่เป็นความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 59 มาตรา 30 วรรค 2
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 9/2519)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
—
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ขับรถด้วยความเร็วสูง ขณะที่จะสวนทางกับจำเลยที่ ๒ เป็นทางโค้ง จำเลยที่ ๒ จึงได้เปลี่ยนเป็นเปิดไฟหน้ารถต่ำแล้วหยุดรถจอดแอบขอบทางซ้ายมือ แต่จำเลยที่ ๑ ยังขับรถเร็ว เป็นเหตุให้เสียหลักแฉลบไปชนรถยนต์ที่จำเลยที่ ๒ ขับโดยแรง เป็นเหตุให้คนตายและบาดเจ็บ จำเลยที่ ๑ มิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงนั้นทันที และจำเลยที่ ๒ มิได้หยุดรถกระทำการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บตามสมควร แต่ขับรถหนีไป และมิได้แจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียงทันที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๑, ๓๐๐, ๓๙๐, ๙๐, ๙๑ พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๓๐, ๖๘ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๐๘ มาตรา ๑๕ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๙ ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๑๕ ข้อ ๖, ๑๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ลงวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๑๔ ข้อ ๒
จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ต่อมาก่อนสืบพยานโจทก์ จำเลยที่ ๒ ให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นส่งให้โจทก์แยกฟ้องจำเลยที่ ๑ เป็นคดีใหม่
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด พิพากษายกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติจราจรทางบกฯ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๕๙ มาตรา ๓๐ วรรค ๒ ผู้ขับรถอยู่ในทางที่ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิติหรือร่างกายแก่ผู้อื่นเท่านั้นที่มีหน้าที่หยุดรถทำการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ใกล้เคียง จำเลยที่ ๒ หยุดรถอยู่ขอบทาง จำเลยที่ ๑ ขับรถมาชนรถจำเลยที่ ๒ ขับ จำเลยที่ ๒ จึงมิใช่ผู้ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายผู้อื่น การที่จำเลยที่ ๒ ไม่หยุดรถทำการช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงไม่เป็นความผิดตามที่โจทก์ฟ้อง
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 506/2520
พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์
นายโกศักดิ์ สายอุราช ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสกลนคร · ล. - นายโกศักดิ์ สายอุราช ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | รื่น วิไลชนม์ · วิกรม เมาลานนท์ · ยิ่งศักดิ์ กฤษณจินดา |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสกลนคร - นายภิญโญ แกว่นเจริญ · ศาลอุทธรณ์ - นายไพศาล กุมาลย์วิสัย |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา