⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 622/2502

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2502

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะไม่หยุดหรือชะลอความเร็วเมื่อเห็นยานพาหนะอื่นอยู่ในระยะกระชั้นชิดและมีแนวโน้มที่จะเกิดอุบัติเหตุ ถือเป็นการกระทำโดยประมาท

ย่อคำพิพากษา

รถยนต์เก๋งออกพ้นปากตรอกมาคารางรถรางอยู่ก่อนแล้ว และไม่สามารถจะแล่นต่อไปในถนนได้ เพราะกำลังมีรถยนต์แล่นผ่านไปมา ทั้งจะถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะจะชนรถยนต์บรรทุกที่แล่นสวนเข้าตรอกไป เวลานั้นจำเลยกำลังขับรถรางมาและจำเลยเห็นรถยนต์เก๋งในระยะประมาณ 30 เมตร จำเลยก็ไม่หยุดหรือเบารถราง แต่จำเลยกลับโบกมือให้รถยนต์เก๋งถอยออกไป ต่อเมื่อเข้ามาในระยะใกล้แล้วจำเลยจึงได้พยายามหยุดรถ แต่หยุดไม่ทันท่วงที รถรางถึงชนรถยนต์เก๋งเสียหาย เช่นนี้ ถือว่าจำเลยกระทำโดยประมาทตามกฎหมายแล้ว ฎีกาว่า ศาลฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนสนับสนุน เป็นฎีกาในข้อกฎหมาย แต่ถ้าฎีกาว่า ศาลฟังโดยมีพยานหลักฐานแต่ไม่ควรฟังดังนั้น เป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.218 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.219 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.248 ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 พระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2481 ม.4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.4 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.29 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.66

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถรางชนรถยนต์เก๋งโดยประมาท ขอให้ลงโทษ จำเลยต่อสู้ว่า รถยนต์แล่ตัดหน้ารถรางในระยะกระชั้นชิด ศาลแขวงพระนครเหนือเห็นว่า เป็นความประมาทของจำเลยที่ขับรถรางชนรถยนต์เก๋งเสียหาย พิพากษาว่าจำเลยผิด พ.ร.บ. จราจรทางบก พงศ. ๒๔๗๗ มาตรา ๒๙, ๖๖ และ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๔๘๑ ม.๔ ให้ปรับจำเลย ๑๐๐ บาท ใบอนุญาตขับรถรางยังไม่สมควรถอน จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยข้อเดียวในปัญหาข้อกฎหมายว่าข้อเท็จจริงตามที่ศาลชั้นต้นฟังมานั้นเป็นการกระทำโดยประมาทหรือไม่ นอกนั้นเป็นข้อเท็จจริง สั่งไม่รับ จำเลยมิได้คัดค้านคำสั่งนี้ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลชั้นต้นสั่งรับฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ๒ ข้อ คือ (๑) ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงผิดกฎหมายหรือไม่ (๒) ข้อเท็จจริงตามที่ศาลฟังมานั้นเป็นการกระทำโดยประมาทตามกฎหมายหรือไม่ ส่วนปัญหาที่ว่าข้อเท็จจริงตามที่ศาลฟังมานั้นเป็นการกระทำโดยประมาทตามกฎหมายหรือไม่นั้น ได้ความตามศาลล่างฟังว่า รถเก๋งออกพ้นปากตรอกมาตารางรถรางอยู่ก่อนแล้ว และไม่สามารถจะแล่นไปในถนนต่อไปได้ เพราะขณะนั้นมีรถยนต์วิ่งผ่านไปมา รถเก๋งจำต้องรอก่อน และรถเก๋งจะถอยหลังก็ไม่ได้ เพราะขณะนั้นมีรถยนต์บรรทุกได้สวนเข้าตรอกไป หากถอยหลังก็จะโดนบรรทุกคันนั้น เวลานั้นจำเลยกำลังขับรถรางตรงมาและได้เห็นในระยะไกลประมาณ ๓๐ เมตร จำเลยก็ไม่หยุดหรือเบารถ แต่จำเลยกลับโบกมือให้รถยนต์ถอยออกไป ต่อเมื่อเข้ามาในระยะใกล้แล้วจำเลยจึงได้พยายามหยุดรถ จึงหยุดไม่ทันท่วงที และได้เกิดโดนกันขึ้นเช่นนี้ ย่อมถือได้ว่าเป็นเพราะความประมาทของจำเลยอันเป็นการกระทำโดยประมาทตามกฎหมายแล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลฟังข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ผิดจากหลักฐานในสำนวนนั้น ข้อฎีกาของจำเลยตอนนี้ จะหมายความว่า ศาลฟังโดยไม่มีหลักฐานในสำนวนสนับสนุน อันเป็นข้อเท็จจริง อย่างไรก็ดี ตามสำนวนมีหลักฐานว่ารถที่ถูกชนถอยหลังไม่ได้ เพราะติดรถกุดังที่สวนเข้าไปในตรอก จึงไม่ใช่เรื่องศาลฟังข้อเท็จจริงโดยไม่มีพยานหลักฐานในสำนวนสนับสนุน ส่วนที่ควรฟังเช่นนั้นหรือไม่ เป็นปัญหาข้อเท็จจริง จึงไม่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกา พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 622/2502 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายซ้อน มงคลเลิศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นายซ้อน มงคลเลิศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไชยเจริญ สันติศิริ · นิติธรรมประกรณ์ · ประศาสน์วินิจฉัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชุ่ม สุนทรชัย · ศาลอุทธรณ์ - หลวงบริหารพินิจฉยกิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 99/2541ฎีกา 2530/2527ฎีกา 3345/2535ฎีกา 83-84/2529ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1588/2479ฎีกา 4276/2534ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1638/2492ฎีกา 891/2510ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 8444/2538ฎีกา 4883/2541ฎีกา 6058/2538ฎีกา 6455/2538ฎีกา 5957/2530ฎีกา 203/2511ฎีกา 6196/2537ฎีกา 1369/2513ฎีกา 2825/2541ฎีกา 1429/2520ฎีกา 259/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา