⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2181/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2181/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้สลักหลังเช็คที่สั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น มีฐานะเป็นผู้ค้ำประกันการใช้เงิน (อาวัล) และมีความรับผิดเช่นเดียวกับผู้สั่งจ่าย

ย่อคำพิพากษา

การสลักหลังเช็คซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น ฐานะของผู้สลักหลังย่อมเป็นเพียงผู้ค้ำประกันการใช้เงินตามเช็คนั้น (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่ายตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 921 และตามมาตรา 940 ผู้สลักหลังย่อมอยู่ในฐานะที่จะต้องผูกพันในเช็คที่พิพาทเป็นอย่างเดียวกันกับผู้สั่งจ่ายเช็คนั้น และย่อมต้องรับผิดต่อผู้ทรงเช็ค ตามมาตรา 967 ผู้ที่เซ็นชื่อสลักหลังเช็ค มีฐานะเป็นผู้รับประกันการใช้เงิน (อาวัล) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 921 มีความรับผิดเช่นเดียวกับผู้สั่งจ่ายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 940 หาใช่มีฐานะเป็นผู้สลักหลังไม่ กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 990

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.921 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.940 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.967 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.990

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อต้นเดือนตุลาคม ๒๕๑๓ จำเลยได้นำเช็คของนางสมสนิทให้ผู้มีชื่อมาขอเปลี่ยนเงินสดไปจากโจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท โดยจำเลยได้สลักหลังเป็นผู้รับรองค้ำประกันการชำระหนี้ตามเช็คให้ไว้แก่โจทก์ กำหนดชำระเงินตามเช็ควันที่ ๑๗ ตุลาคม ๒๕๑๓ เมื่อครบกำหนดแล้วโจทก์ทวงเตือนจำเลย ๆบ่ายเบี่ยงให้ไปเอาจากผู้ออกเช็คก่อน ขอให้บังคับให้ชำระเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยให้การว่า จำเลยไม่รับรองว่าเช็คตามฟ้องเป็นเช็คของนางสมสนิทความจริงนางสมสนิทนายวงแชร์ได้กู้เงินจากนางห้อง ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ให้กู้หักดอกเบี้ยไว้ ๘๐๐ บาท นางสมสนิทได้มอบเช็คสั่งจ่ายเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทให้นางห้องไว้เป็นประกัน โดยผู้ให้กู้รู้ดีว่าผู้กู้ไม่มีเงินอยู่ในบัญชีธนาคารพอจะจ่ายได้ จำเลยไม่เคยนำเช็คของนางสมสนิทไปแลกเงินสดจากโจทก์หรือให้ผู้ใดไปขอเปลี่ยนเงินสดจากโจทก์ โจทก์รับโอนเช็คมาโดยการสมคบกันฉ้อฉลกับนางห้องผู้ซึ่งนางสมสนิทกู้เงินไป เช็คที่พิพาทของนางสมสนิทออกเพื่อประกันเงินกู้จากนางห้องเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๑๓ ผู้ทรงละเลยไม่นำเช็คไปยื่นธนาคารภายใน ๑ เดือนเพื่อขอรับเงิน ผู้ทรงสิ้นสิทธิที่จะไล่เบี้ยผู้สลักหลังแล้ว โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยและฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยชำระเงิน ๑๐,๐๐๐ บาทแก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาของจำเลยว่า ฎีกาของจำเลยที่ว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุมนั้น เห็นว่าคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับผิดชดใช้เงินให้แก่โจทก์ เพราะจำเลยเป็นผู้ที่ได้สลักหลังเช็ครายที่พิพาทอันการสลักหลังเช็คซึ่งสั่งให้ใช้เงินแก่ผู้ถือนั้น ฐานะของผู้สลักหลังย่อมเป็นเพียงผู้ค้ำประกันการใช้เงินตามเช็คนั้น (อาวัล) สำหรับผู้สั่งจ่าย ตามนัยแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๒๑ และตามมาตรา ๙๔๐ จำเลยย่อมอยู่ในฐานะที่จะต้องผูกพันในเช็คที่พิพาทเป็นอย่างเดียวกันกับผู้สั่งจ่ายเช็คนั้น อนึ่งโดยบทบัญญัติแห่งมาตรา ๙๖๗ จำเลยในฐานะเป็นผู้รับประกันเช็คที่พิพาทด้วยอาวัลย่อมต้องรับผิดต่อผู้ทรงเช็ค โจทก์เป็นผู้ถือเช็คที่พิพาทจึงเป็นผู้ทรงเช็คนั้นตามมาตรา ๙๐๔ ฉะนั้น เท่าที่โจทก์ได้บรรยายมาในฟ้องจึงถือได้ว่าโจทก์ได้แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาของโจทก์และคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วฟ้องของโจทก์หาเคลือบคลุมไม่ ส่วนที่ว่าฟ้องโจทก์ไม่ได้กล่าวว่าเช็คที่พิพาทเป็นเช็คของธนาคารใดก็ดี ไม่ได้กล่าวว่าผู้สั่งจ่ายเช็คถึงแก่กรรมแล้วก็ดี หรือไม่ได้กล่าวว่าธนาคารปฏิเสธไม่จ่ายเงินเพราะเหตุใดก็ดีนั้น เห็นว่า ข้อที่จำเลยยกขึ้นโต้แย้งเหล่านี้ล้วนมีปรากฏอยู่ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องแล้ว ซึ่งถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของฟ้องด้วยและฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นผู้สลักหลังเช็ค ที่จำเลยอ้างว่าโจทก์คบคิดกับนางห้องฉ้อฉลจำเลยนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมิได้ระบุไว้ในคำให้การว่าวิธีการฉ้อฉลนั้นเป็นอย่างไรข้อเท็จจริงก็รับฟังไม่ได้ว่าโจทก์กับนางห้องได้คบคิดกันฉ้อฉลจำเลย จำเลยโต้แย้งว่า โจทก์ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๙๙๖ (เข้าใจว่า ๙๙๐)แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ไม่นำเช็คไปยื่นต่อธนาคารเสียภายในกำหนด ๑ เดือน สิ้นสิทธิที่จะไล่เบี้ยเอาแก่ผู้สลักหลังแล้วนั้นศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยมีฐานะเป็นผู้รับประกันการใช้เงิน (อาวัล)ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๒๑ มีความรับผิดเช่นเดียวกับผู้สั่งจ่ายตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๔๐หาใช่มีฐานะเป็นผู้สลักหลังไม่ กรณีจึงไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๙๐ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2181/2517 นายประวัติ จิโรจนวงศ์ โจทก์ นางลั้ง หรือฉลองรัฐ หรือฉลองรัตน์ พิกุลสวัสดิ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประวัติ จิโรจนวงศ์ · จำเลย - นางลั้ง หรือฉลองรัฐ หรือฉลองรัตน์ พิกุลสวัสดิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ชลอ จามรมาน · เฉลิม กรพุกกะณะ · อุดม ทันด่วน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสงขลา - นายราเชนทร์ จัมปาสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายโสพิทย์ คังสะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5603/2542ฎีกา 6634/2538ฎีกา 6054/2550ฎีกา 312/2531ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 698/2537ฎีกา 5594/2533ฎีกา 2478/2517ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 1783/2551ฎีกา 2521/2540ฎีกา 7255/2539ฎีกา 2752/2536ฎีกา 8296/2551ฎีกา 1952/2537ฎีกา 1162/2515ฎีกา 425/2501ฎีกา 192/2518ฎีกา 545/2503ฎีกา 1946/2516ฎีกา 4282/2536ฎีกา 2647/2535ฎีกา 250/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา