⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 411/2518

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2518

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์รับเช็คไว้เพื่อชำระหนี้และนำเช็คเข้าบัญชีผู้อื่นเพื่อเรียกเก็บเงินเอง โดยที่ธนาคารยังไม่ได้จ่ายเงินให้แก่โจทก์ และโจทก์ยังไม่ได้โอนเช็คให้แก่บุคคลอื่น โจทก์ยังคงเป็นผู้ทรงเช็คและเป็นผู้เสียหายเมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน

ย่อคำพิพากษา

จำเลยยืมเงินจากโจทก์ และออกเช็คสั่งจ่ายเงินแก่ผู้ถือ มอบให้โจทก์ไว้เพื่อชำระหนี้ โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 904 ต่อมาโจทก์นำเช็คเข้าบัญชีผู้อื่น โดยยื่นเช็คต่อธนาคารให้เรียกเก็บเงินเอง ตราบที่เรียกเก็บเงินไม่ได้ และโจทก์ไม่ได้โอนเช็คให้ผู้หนึ่งผู้ใดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 918 โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คนั้นอยู่ เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมายังโจทก์โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.904 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.918 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๑๕ เวลากลางวัน จำเลยบังอาจออกเช็คของธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาท่าพระ ลงวันที่สั่งจ่าย ๒๐ เมษายน ๒๕๑๕ จำนวนเงิน ๓,๐๐๐ บาทให้โจทก์เพื่อชำระหนี้ วันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๕ โจทก์นำเช็คดังกล่าวไปเรียกเก็บเงินจากธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขาท่าพระ วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๑๕ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินโดยให้เหตุผลว่า บัญชีปิดแล้วขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วพิพากษาว่า โจทก์ไม่ใช่ผู้ทรงเช็คในวันที่ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ไม่ใช่ผู้เสียหายคดีโจทก์จึงไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ทางไต่สวนมูลฟ้องปรากฏข้อเท็จจริงว่า เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๑๕ จำเลยยืมเงินจากโจทก์ไป ๓,๐๐๐ บาท ออกเช็คธนาคารกสิกรไทย จำกัด สั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือลงวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๑๕ มอบให้โจทก์ไว้เพื่อเป็นการชำระหนี้ เมื่อเช็คถึงกำหนดโจทก์เอาเช็คเข้าบัญชีผู้อื่นที่ธนาคารไทยพัฒนาจำกัด ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ปฏิเสธการจ่ายเงินตามเช็คนั้น โดยว่าบัญชีจำเลยปิดแล้วธนาคารไทยพัฒนาจำกัดได้คืนเช็คและใบคืนเช็คให้โจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เช็คที่จำเลยออกให้โจทก์เป็นเช็คสั่งจ่ายให้แก่ผู้ถือโจทก์จึงเป็นผู้ทรงตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๐๔ โจทก์นำเช็คที่โจทก์เป็นผู้ทรงเข้าบัญชีผู้อื่น โจทก์เป็นผู้ยื่นเช็คต่อธนาคารที่ให้เรียกเก็บเงินเองแม้เมื่อเรียกเก็บเงินได้ เงินนั้นจะเข้าบัญชีผู้อื่น แต่ตราบที่เช็คนั้นเรียกเก็บเงินไม่ได้และโจทก์ไม่ได้โอนเช็คให้ผู้หนึ่งผู้ใดไปดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์มาตรา ๙๑๘ โจทก์ย่อมเป็นผู้ทรงเช็คนั้นอยู่ เช็คนั้นหาได้โอนไปยังเจ้าของบัญชีที่โจทก์เพียงประสงค์จะเอาเงินที่เรียกเก็บตามเช็คเพื่อเข้าบัญชีผู้นั้นให้เป็นผู้ทรงใหม่ไม่ ความผิดฐานออกเช็คโดยเจตนาที่จะไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค สารสำคัญอยู่ที่การสั่งให้ธนาคารจ่ายเงินตามเช็ค เมื่อธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินมายังโจทก์ โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คอยู่โจทก์จึงเป็นผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒(๔) ฎีกาที่ ๖๗๑/๒๕๑๖ ที่ศาลล่างอ้างมารูปคดีไม่ตรงกับคดีนี้ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลล่างทั้งสอง ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสั่งหรือพิพากษาใหม่ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 411/2518 จ่าสิบตำรวจบุญเชิด เนตรศิริ โจทก์ นายสุเทพ ทักษเดช ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - จ่าสิบตำรวจบุญเชิด เนตรศิริ · ล. - นายสุเทพ ทักษเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุมิตร ฟักทองพรรณ · สุเมธ ทิพยมนตรี · จันทร์ ระรวยทรง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายชูเชิด รักตะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เจนนภา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5603/2542ฎีกา 1195/2535ฎีกา 425/2520ฎีกา 666/2502ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 5103/2528ฎีกา 164/2512ฎีกา 389/2542ฎีกา 5723-5724/2531ฎีกา 5138/2537ฎีกา 2794/2516ฎีกา 4282/2536ฎีกา 1342/2530ฎีกา 3896/2532ฎีกา 276/2520ฎีกา 1813/2531ฎีกา 1041/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา