⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 246/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อสัญญาไม่ได้กำหนดเวลาชำระหนี้ไว้เป็นอย่างอื่น ให้ถือว่าลูกหนี้จะต้องชำระหนี้ทันทีเมื่อเจ้าหนี้เรียกร้อง แต่หากมีการตกลงกันว่าจะชำระหนี้ภายในระยะเวลาหนึ่ง ให้ถือตามที่ตกลงกันนั้นเป็นกำหนดเวลาชำระหนี้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2505 และ 18 กรกฎาคม 2505จำเลยได้ยืมเงินโจทก์ไป ได้ทำสัญญากู้ไว้โดยไม่ได้ระบุเวลาชำระเงินแต่จำเลยสัญญาว่าจะชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้ภายใน 3 ปีครบกำหนดในพ.ศ. 2508 จำเลยไม่ชำระหนี้ จำเลยให้การรับว่าได้ยืมเงินโจทก์ไปจริงตามฟ้อง แต่ได้หักหนี้กันไปแล้ว และคดีขาดอายุความ เรื่องกำหนดเวลาใช้เงิน 3 ปีก็ดี เรื่องหนี้ถึงกำหนดชำระในพ.ศ. 2508 ก็ดี จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธไว้ ดังนี้ ต้องถือว่าจำเลยรับตามฟ้อง และโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้เพราะฟังได้แล้วว่าครบกำหนดชำระหนี้เมื่อพ.ศ. 2508 โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม2515 คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.94 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.164 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.653

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๐๕ จำเลยได้ยืมเงินโจทก์๑๐,๐๐๐ บาท และเมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๐๕ จำเลยได้ยืมเงินโจทก์อีก๓๐,๐๐๐ บาท ได้ทำสัญญากู้ไว้ทั้งสองครั้งโดยไม่ได้ระบุเวลาชำระเงินไว้ในสัญญา แต่จำเลยสัญญาว่าจะชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ภายในกำหนดสามปี เมื่อครบกำหนดสามปีใน พ.ศ. ๒๕๐๘ แล้ว จำเลยไม่ชำระหนี้ขอให้บังคับจำเลยชำระต้นเงิน ๔๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า คดีของโจทก์ขาดอายุความ เพราะนับแต่วันที่จำเลยยืมเงินโจทก์จนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีนี้คือวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๕เป็นเวลาเกินกว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยได้ยืมเงินโจทก์ไปจริงตามฟ้อง แต่โจทก์ไม่คิดเอาดอกเบี้ย และใน พ.ศ. ๒๕๐๕ นั้นเอง โจทก์ได้จ้างเหมาให้จำเลยทำที่ดินของโจทก์ให้เป็นสวนผลไม้ยืนต้น รวมทั้งให้จำเลยดูแลต่อไปอีก๓ ปี เป็นค่าจ้าง ๔๐,๐๐๐ บาท โดยหักหนี้ที่จำเลยยืมไปจากโจทก์ จำเลยได้ดำเนินการตามที่โจทก์ว่าจ้างเสร็จบริบูรณ์แล้ว จึงไม่มีหนี้สินติดค้างต่อกัน ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่า สัญญากู้ตามสำเนาเอกสารท้ายฟ้องฉบับลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๐๕ และฉบับลงวันที่ ๑๘กรกฎาคม ๒๕๐๕ ไม่ได้กำหนดเวลาชำระเงิน ไม่ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยและไม่ปรากฏว่าผู้ใดเป็นผู้ให้กู้ เมื่อสัญญานี้ไม่ได้ระบุเวลาชำระเงิน โจทก์จึงไม่มีสิทธิที่จะนำสืบว่าการกู้รายนี้มีกำหนดระยะเวลาชำระเงินภายใน๓ ปี เพราะเป็นการนำสืบเพิ่มเติมข้อความในเอกสาร เป็นการต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ เมื่อเป็นดังนี้ถือได้ว่าเวลาอันจะพึงชำระหนี้มิได้กำหนดลงไว้ และไม่อาจอนุมานจากพฤติการณ์ใด ๆ ได้ จึงต้องถือว่าโจทก์มีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้ได้ตั้งแต่วันที่ให้กู้เป็นต้นไป โจทก์ฟ้องคดีเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๑๕ โดยไม่ปรากฏว่ามีการรับสภาพหนี้อย่างใด คดีขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๔ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์บรรยายฟ้องอ้างว่าการกู้ยืมรายนี้จำเลยสัญญาว่าจะชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ภายใน ๓ ปีจำเลยมิได้ปฏิเสธความข้อนี้ และเมื่อพิเคราะห์คำให้การของจำเลยเรื่องโจทก์จ้างเหมาให้จำเลยทำที่ดินโจทก์ให้เป็นสวนผลไม้และดูแลรักษาต่อไปอีก ๓ ปีแล้ว เป็นการเจือสมข้อกล่าวอ้างของโจทก์ ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่าได้มีการตกลงจะชำระหนี้กันภายใน ๓ ปี จึงไม่ต้องนำเอาประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๙๔ มาปรับ สิทธิของโจทก์ที่จะเรียกร้องให้จำเลยชำระหนี้จะเกิดขึ้นเมื่อระยะเวลากู้ยืมครบกำหนด๓ ปีแล้ว คดีโจทก์จึงไม่ขาดอายุความ พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาและพิพากษาใหม่ จำเลยฎีกา มีปัญหาในชั้นนี้ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์กล่าวในฟ้องว่าสัญญากู้ไม่ได้ระบุเวลาชำระเงินกันไว้ แต่จำเลยสัญญาว่าจำเลยจะชำระต้นเงินและดอกเบี้ยให้โจทก์ภายใน ๓ ปี หนี้จึงครบกำหนดชำระเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ จำเลยให้การว่าโจทก์ไม่คิดดอกเบี้ยกับจำเลย แต่เรื่องกำหนดเวลาใช้เงิน ๓ ปีก็ดี เรื่องหนี้ถึงกำหนดชำระใน พ.ศ. ๒๕๐๘ ก็ดี จำเลยมิได้ให้การปฏิเสธไว้ ต้องถือว่าจำเลยรับตามฟ้องและโจทก์ไม่จำต้องสืบพยานในข้อนี้เพราะข้อเท็จจริงฟังได้แล้วว่าหนี้เงินกู้ตามฟ้องครบกำหนดชำระเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๘ คดีจึงยังไม่ขาดอายุความ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 246/2517 นายพจน์ ศังขะฤกษ์ โดยนายสมเกียรติ วัจฉละฐิติ ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ หม่อมราชวงศ์ ปรัชญากร วรวรรณ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพจน์ ศังขะฤกษ์ โดยนายสมเกียรติ วัจฉละฐิติ ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - หม่อมราชวงศ์ ปรัชญากร วรวรรณ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อุดม ทันด่วน · พิชัย รชตะนันทน์ · ศวิต สมหวัง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวีระ ทรัพย์ไพศาล · ศาลอุทธรณ์ - นายสุนทร ศิลปไชย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1452/2511ฎีกา 4838/2548ฎีกา 231/2482ฎีกา 170/2546ฎีกา 1561/2520ฎีกา 4082/2530ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 272/2490ฎีกา 199/2537ฎีกา 6801/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 794/2509ฎีกา 1055/2492ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 1896/2492ฎีกา 3649/2525ฎีกา 3601/2526ฎีกา 2657/2534ฎีกา 7051/2540ฎีกา 306/2506
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา