⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2482/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลต้องสั่งเรื่องความรับผิดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความทุกฝ่ายในคดี โดยจะสั่งให้คู่ความฝ่ายใดชดใช้แทนมากน้อยเพียงใดให้ศาลใช้ดุลพินิจตามความสุจริตและเหตุสมควร แม้จะสั่งให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับกันไป ศาลก็ต้องวินิจฉัยค่าฤชาธรรมเนียมทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะค่าทนายความ.

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 เป็นบทบังคับให้ศาลต้องสั่งเรื่องความรับผิดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดีส่วนการที่จะสั่งให้คู่ความฝ่ายใดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมากน้อยเพียงใดให้ศาลใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความหรือการดำเนินคดีของคู่ความทั้งปวงแม้จะให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับกันไป ศาลก็ต้องสั่ง แต่ค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความนั้น นอกจากค่าธรรมเนียมศาลแล้วยังมีค่าป่วยการพยาน ค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมในการส่งเอกสารและบังคับคดี และค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ บรรดาที่กฎหมายบังคับให้เสีย การที่ศาลอุทธรณ์สั่งเฉพาะค่าทนายความให้จำเลยใช้แทนโจทก์ ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมอื่น ๆ มิได้วินิจฉัยถึง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.141 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.161

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ทำสัญญาจ้างให้โจทก์ก่อสร้างอาคารสำนักงาน รพช. และอาคารศูนย์ซ่อมเครื่องจักรกลในราคา 722,000 บาทโดยโจทก์ไม่ต้องติดตั้งหรือก่อสร้างทั้งไฟฟ้าและประปา โจทก์ได้ก่อสร้างแล้วเสร็จตามสัญญา แต่จำเลยอ้างว่าโจทก์ไม่มีหม้อแปลงไฟฟ้า 1 หม้อติดตั้งให้จำเลย จำเลยจึงชำระเงินให้โจทก์ขาดไป 32,752 บาท ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระเงินจำนวนดังกล่าวพร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและค่าขาดผลประโยชน์อีก 5,000 บาท จำเลยให้การว่า ตามสัญญาก่อสร้าง โจทก์ต้องติดตั้งไฟฟ้าและประปาด้วย โจทก์ไม่ยอมติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า 1 หม้อให้จำเลยจำเลยจึงหักเงินไว้ 32,752 บาท โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายและค่าขาดประโยชน์จากจำเลย ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง โจทก์มีหน้าที่ติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อโจทก์ไม่ติดตั้ง จำเลยมีอำนาจหักเงินค่าหม้อแปลงไฟฟ้าไว้ได้ พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยไม่มีความประสงค์จะให้ติดตั้งไฟฟ้าภายนอกอาคาร ซึ่งรวมทั้งหม้อแปลงไฟฟ้าด้วย พิพากษากลับให้จำเลยชำระค่าก่อสร้างที่ยังค้างอยู่ 32,752 บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าชำระเงินเสร็จให้จำเลยเสียค่าทนายความทั้งสองศาลเป็นเงิน 1,500 บาทแทนโจทก์ โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยถึงเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยจะต้องชดใช้ให้โจทก์นั้น เป็นการไม่ชอบ จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์ไม่มีหน้าที่ต้องติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งอยู่ภายนอกอาคาร ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระเงินค่าจ้างก่อสร้าง 32,752 บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ยให้โจทก์นั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ที่โจทก์ฎีกาว่า ที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยถึงเรื่องค่าฤชาธรรมเนียมที่จำเลยจะต้องชดใช้ให้โจทก์ไม่ชอบนั้น เห็นว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 เป็นบทบังคับให้ศาลต้องสั่งเรื่องความรับผิดสำหรับค่าฤชาธรรมเนียมของคู่ความในคดี ส่วนการที่จะสั่งให้คู่ความฝ่ายใดชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนคู่ความอีกฝ่ายหนึ่งมากน้อยเพียงใด ให้ศาลใช้ดุลพินิจโดยคำนึงถึงเหตุสมควรและความสุจริตในการสู้ความ หรือการดำเนินคดีของคู่ความทั้งปวง แม้จะให้ค่าฤชาธรรมเนียมเป็นพับกันไป ศาลก็ต้องสั่งและค่าฤชาธรรมเนียมนั้น นอกจากค่าธรรมเนียมศาลแล้ว ยังมีค่าป่วยการพยานค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมในการส่งเอกสาร และการบังคับคดี และค่าฤชาธรรมเนียมหรือค่าธรรมเนียมอื่น ๆ บรรดาที่กฎหมายบังคับให้เสีย แต่คดีนี้ศาลอุทธรณ์สั่งเฉพาะค่าทนายความให้จำเลยใช้แทนโจทก์ส่วนค่าฤชาธรรมเนียมอื่น ๆ มิได้วินิจฉัยถึง จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 161 และศาลฎีกาเห็นสมควรให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมอื่น ๆ ทั้งสองศาลแทนโจทก์ด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความทั้งสองศาลให้จำเลยใช้แทนโจทก์ 1,500 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ และให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ด้วย โดยกำหนดค่าทนายความให้เป็นเงิน 750 บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2482/2517 นายธนิส อินทิราภรณ์ โจทก์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยนายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายธนิส อินทิราภรณ์ · จำเลย - องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยนายสุวิทย์ ยิ่งวรพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มงคล วัลยะเพ็ชร์ · ดวง ดีวาจิน · ธานินทร์ กรัยวิเชียร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3373/2541ฎีกา 2013/2542ฎีกา 652/2510ฎีกา 3036/2566ฎีกา 984/2482ฎีกา 15831/2555ฎีกา 5324/2537ฎีกา 7618/2552ฎีกา 3467/2525ฎีกา 1063/2545ฎีกา 1345/2532ฎีกา 6809/2541ฎีกา 5523/2536ฎีกา 2532/2538ฎีกา 79/2501ฎีกา 1781/2509ฎีกา 3651/2526ฎีกา 748/2551ฎีกา 951/2542ฎีกา 2303/2533ฎีกา 58/2491ฎีกา 5089/2540ฎีกา 6746/2538ฎีกา 1055/2510
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา