⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2654/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในครอบครองพร้อมกัน ถือเป็นความผิดอาญาแต่กระทงเดียว

ย่อคำพิพากษา

ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นนั้น กฎหมายต้องการให้เป็นความผิดลักษณะเดียวกัน ฉะนั้น การมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในขณะเดียวกันจึงเป็นความผิดแต่กระทงเดียว (อ้างฎีกาที่ 895/2502)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2502 ม.5 พระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2502 ม.6 พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ.2472 ม.53

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยให้การรับสารภาพ ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าเมื่อวันที่ ๒๒พฤษภาคม ๒๕๑๗ เวลากลางวัน จำเลยมีฝิ่นสุก ๑ ห่อ มูลฝิ่น ๑ ห่อกล้องสูบฝิ่น ๑ กล้องไว้ในความครอบครอง แล้วจำเลยเสพฝิ่น ทั้งนี้โดยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยของกลาง คือ ฝิ่นสุก มูลฝิ่น กล้องสูบฝิ่น ดังกล่าวข้างต้น ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติฝิ่นพ.ศ. ๒๔๗๒ มาตรา ๘, ๑๑, ๓๔, ๕๓, ๕๓ ทวิ, ๖๖, ๖๙ พระราชบัญญัติฝิ่น(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๕, ๖ พระราชบัญญัติฝิ่น พ.ศ. ๒๔๗๒แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๔๗๖ มาตรา ๙ ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่น ให้ลงโทษฐานมีฝิ่นตามมาตรา ๕๓ ซึ่งเป็นบทหนัก จำคุก ๖ เดือน ฐานมีกล้องสูบฝิ่นจำคุก ๑ เดือน ฐานเสพฝิ่น จำคุก ๖ เดือน รวมลงโทษจำคุกจำเลย ๑ ปี ๑ เดือนจำเลยให้การรับสารภาพโดยดีเป็นเหตุบรรเทาโทษ ปรานีลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุกจำเลยไว้ ๖ เดือน ๑๕ วันของกลางริบ โจทก์อุทธรณ์ในปัญหาข้อกฎหมายว่า การมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในขณะเดียวกัน เป็นความผิด ๒ กระทง ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เป็นให้ลงโทษจำเลยฐานมีมูลฝิ่นตามพระราชบัญญัติฝิ่น (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๒มาตรา ๖ อีกกระทงหนึ่ง ให้จำคุก ๖ เดือนจำเลยให้การรับสารภาพโดยดีเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ เดือน นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายว่า การมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในขณะเดียวกัน เป็นความผิดกระทงเดียว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เรื่องนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีฝิ่นและมูลฝิ่นในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๑๗ เวลากลางวัน ไม่ปรากฏว่าจำเลยมีฝิ่นและมูลฝิ่นต่างกรรมต่างวาระกัน ความผิดฐานมีฝิ่นและมูลฝิ่นนั้นกฎหมายต้องการให้เป็นความผิดลักษณะเดียวกัน กล่าวคือวัตถุที่ต้องห้ามมิให้มีจะเป็นฝิ่นก็ดีหรือมูลฝิ่นก็ดี กฎหมายถือว่าเป็นวัตถุประเภทเดียวกัน ฉะนั้นการมีฝิ่นและมูลฝิ่นไว้ในขณะเดียวกันจึงเป็นความผิดแต่กระทงเดียว พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2654/2517 พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร โจทก์ นายต้อ นารอด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร · จำเลย - นายต้อ นารอด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธวัช สิทธิชัย · สนับ คัมภีรยส · รื่น วิไลชนม์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายวุฒินันท์ สุขสว่าง · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า อำพันแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 633/2540ฎีกา 3911/2568ฎีกา 7281/2537ฎีกา 1666/2521ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 8833/2554ฎีกา 3864/2546ฎีกา 2664/2520ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521ฎีกา 9083/2544ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา