⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2694/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2694/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์จำเลยตกลงกันให้รอฟังผลคำพิพากษาคดีอาญา และจะถือตามผลของคดีอาญานั้น ถือเป็นการตกลงผูกพันตามคำพิพากษาคดีอาญา หากข้อเท็จจริงในคดีอาญาได้ถูกวินิจฉัยแล้ว โจทก์จำเลยจะรื้อฟื้นข้อเท็จจริงที่ถูกวินิจฉัยไปแล้วขึ้นสืบใหม่ในคดีแพ่งอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีที่ผู้ว่าคดีศาลแขวงเป็นโจทก์ฟ้องจำเลยในคดีอาญา โจทก์จำเลยจึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีนั้น เพราะถือว่าผู้ว่าคดีฟ้องคดีที่โจทก์เป็นผู้เสียหายนั้นเอง(อ้างฎีกาที่ 1134-1135/2509) โจทก์จำเลยตกลงกันในคดีนี้ว่าขอให้ศาลรอฟังคำพิพากษาถึงที่สุดของคดีอาญาเสียก่อนถ้า ผลที่สุดของคดีอาญาเป็นอย่างไร โจทก์จำเลยจะถือตาม ดังนี้ เมื่อศาลในคดีอาญาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ประมาทโจทก์จะรื้อฟื้นข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นฝ่ายประมาท ขอให้สืบพยานในข้อนี้ขึ้นอีกหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.46 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.138 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.424

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นลูกจ้างปฏิบัติหน้าที่ในทางการที่จ้างของจำเลยที่ ๒ ขับรถยนต์โดยสารประจำทาง ได้ขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูงเกินกฎหมายกำหนด ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดงและไฟเหลืองที่ป้อมสัญญาณไฟทางร่วมด้วยความประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์ของจำเลยพุ่งเข้าชนรถยนต์ซึ่งโจทก์นั่งมา ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัสและทุพพลภาพ ขอบังคับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายให้โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การร่วมกันว่า รถยนต์ทั้งสองฝ่ายชนกันเป็นเพราะความประมาทของนายเอนกผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งที่โจทก์นั่งมา โจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหาย ค่าเสียหายตามฟ้องสูงเกินไปและไกลต่อเหตุฟ้องโจทก์เกี่ยวกับค่าเสียหายเป็นฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า ในคดีอาญาศาลพิพากษาถึงที่สุดแล้วว่านายเผือกจำเลยที่ ๑ ไม่ได้กระทำผิด จำเลยที่ ๑ จึงไม่ได้กระทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยที่ ๒ ซึ่งเป็นนายจ้างก็ไม่ต้องร่วมรับผิดด้วย พิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า วันเกิดเหตุนายเผือกจำเลยที่ ๑ขับรถยนต์โดยสารของจำเลยที่ ๒ ชนกับรถยนต์เก๋งซึ่งนายเอนกเป็นผู้ขับขี่โจทก์นั่งมาในรถยนต์เก๋งของนายเอนกได้รับบาดเจ็บสาหัส ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้ได้เป็นโจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษนายเผือกและนายเอนกต่อศาลแขวงพระนครใต้ฐานความผิดขับรถประมาทชนกันเสียหายเป็นเหตุให้คนบาดเจ็บสาหัส ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๒๑๐/๒๕๑๐ของศาลแขวงพระนครใต้ นายเอนกและจำเลยที่ ๒ ต่างก็ฟ้องคดีแพ่งเรียกค่าเสียหายซึ่งกันและกัน และโจทก์ก็ฟ้องคดีนี้ด้วย ศาลชั้นต้นสั่งรวมพิจารณาคดีแพ่งทั้งสามคดีระหว่างพิจารณาคดีแพ่งที่ศาลชั้นต้นศาลแขวงพระนครใต้พิพากษายกฟ้องของผู้ว่าคดีโจทก์ว่า พยานหลักฐานโจทก์ไม่พอฟังลงโทษนายเผือกและนายเอนก โจทก์ร่วมซึ่งเป็นผู้เสียหายผู้หนึ่งในคดีดังกล่าวและผู้ว่าคดีอุทธรณ์ ขณะที่คดีอาญาดังกล่าวอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลอุทธรณ์ คู่ความทั้งสามฝ่ายในคดีแพ่งตกลงกันไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นว่า "คู่ความทั้งสามฝ่ายตกลงกันว่า ขอให้ศาลรอฟังคำพิพากษาถึงที่สุดของคดีหมายเลขแดงที่ ๒๑๐/๒๕๑๑ ของศาลแขวงพระนครใต้เสียก่อน ถ้าผลที่สุดแห่งคดีนี้เป็นอย่างไร คู่ความจะถือตาม และยอมรับว่าคู่ความนั้นเป็นผู้ละเมิดและจะยอมรับผิดตามนั้น แต่ถ้าคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้องโจทก์โดยจำเลยไม่ผิดตามฟ้อง นายเอนกกับบริษัทรถเมล์นายเลิดจำเลยที่ ๒ยอมเลิกคดี ไม่ติดใจเรียกร้องต่อกัน ขอให้ศาลแพ่งพิพากษาเฉพาะคดีนี้แต่สำนวนเดียว" ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องนายเผือกแต่ลงโทษนายเอนก โดยศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า นายเอนกขับรถโดยประมาทฝ่ายเดียว ส่วนนายเผือกจำเลยที่ ๑ หาได้ขับรถโดยประมาทดังโจทก์กล่าวหาไม่ นายเอนกฎีกา คดีเฉพาะนายเผือกจึงยุติแค่ศาลอุทธรณ์ในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาว่านายเอนกไม่มีความผิด พิพากษาแก้ให้ยกฟ้องโจทก์ที่เกี่ยวกับนายเอนกด้วย นายเอนกและจำเลยที่ ๒ ต่างถอนฟ้องคดีของตนตามข้อตกลง ส่วนคดีนี้โจทก์ขอดำเนินคดีต่อไป ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่เกี่ยวกับนายเผือกจำเลยนั้น ศาลอุทธรณ์ฟังเป็นยุติว่า นายเผือกจำเลยหาได้ขับรถโดยประมาทดังโจทก์กล่าวหาในฟ้องคดีอาญานั้นไม่ โจทก์เป็นผู้เสียหายในคดีที่ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครใต้เป็นโจทก์ฟ้องจำเลยนี้ในคดีอาญาโจทก์จำเลยจึงต้องผูกพันตามคำพิพากษาในคดีนั้น เพราะถือว่าผู้ว่าคดีฟ้องคดีที่โจทก์เป็นผู้เสียหายนั้นเองตามนัยคำพิพากษาฎีกาที่ ๑๑๓๔ - ๑๑๓๕/๒๕๐๙ นอกจากนั้นในคดีนี้โจทก์กับจำเลยยังได้ตกลงกันว่าขอให้ศาลรอฟังคำพิพากษาถึงที่สุดของคดีอาญาเสียก่อนถ้าผลที่สุดของคดีอาญาเป็นอย่างไร โจทก์จำเลยก็จะถือตาม ดังนั้นเมื่อศาลในคดีอาญาฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยมิได้ประมาท โจทก์จะรื้อฟื้นข้อเท็จจริงว่าจำเลยเป็นฝ่ายประมาท ขอให้สืบพยานในข้อนี้ขึ้นอีกหาได้ไม่เมื่อจำเลยมิได้ประมาท จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2694/2517 นายศรศักดิ์ วิโรจน์ศิรศักดิ์ โจทก์ นายเผือก เหรียญสืบเชื้อ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายศรศักดิ์ วิโรจน์ศิรศักดิ์ · จำเลย - นายเผือก เหรียญสืบเชื้อ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สมคิด มงคลชาติ · ประพจน์ ถิระวัฒน์ · ไพโรจน์ ไวกาสี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิถี ปานะบุตร · ศาลอุทธรณ์ - นายโสพิทย์ คังคะเกตุ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1730/2520ฎีกา 2274/2537ฎีกา 2580/2544ฎีกา 79/2486ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 3996/2541ฎีกา 1073/2473ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1415/2540ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา