⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 287/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าของท้องที่ย่อมมีอำนาจฟ้องขอบังคับให้ผู้กระทำการรุกล้ำที่สาธารณประโยชน์รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างหรือสิ่งที่รุกล้ำนั้นออกไปได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลูกสร้างอาคารและเขื่อนถมดินรุกล้ำเขตคลองบางโพงพางซึ่งเป็นที่อันเป็นสาธารณประโยชน์ นายอำเภอเจ้าของท้องที่คลองบางโพงพางย่อมมีอำนาจฟ้องขอบังคับให้จำเลยรื้อถอนอาคารและเขื่อนถมดินที่รุกล้ำนั้นออกไปได้ โดยอาศัยอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. 2457 มาตรา 122 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2495 มาตรา 40 วรรค 3

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2495 ม.40 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457 ม.122

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีหน้าที่ตรวจตราดูแลรักษาคลองอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันและเพื่อสาธารณประโยชน์ ไม่ให้ผู้ใดบุกรุกหรือรุกล้ำเขตคลองซึ่งอยู่ภายในเขตท้องที่ จำเลยได้ปลูกสร้างอาคารและเขื่อนถมดินรุกล้ำคลองบางโพงพางซึ่งเป็นคลองสาธารณะ ทำให้ขัดขวางต่อการสัญจรไปมาทางน้ำ ลำคลองแคบลง น้ำไหลไม่สะดวก ลำคลองตอนในตื้นเขินจำเป็นต้องขุดลอกคลอง จึงขอให้บังคับจำเลยรื้อถอนอาคารและเขื่อนถมดินออกไปจากที่พิพาท จำเลยให้การว่า จำเลยไม่ได้ปลูกอาคารรุกล้ำทางสาธารณะที่ดินที่จำเลยเช่าเป็นที่งอกริมตลิ่ง โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลชั้นต้นฟังว่า ที่พิพาทเป็นเขตคลองบางโพงพาง อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่ใช่ที่งอกริมตลิ่ง โจทก์ในฐานะนายอำเภอท้องที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลคลองนี้ เมื่อจำเลยปลูกสร้างอาคารและเขื่อนถมดินรุกล้ำ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษาให้จำเลยรื้อถอนอาคารและเขื่อนถมดินออกไปจากที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาฟังว่า ที่พิพาทอยู่ในเขตคลองบางโพงพาง ที่จำเลยต่อสู้ว่าเป็นที่งอกริมตลิ่งจำเลยมิได้นำสืบ ในประเด็นที่ว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๑๒๒ มีความว่า ที่อันเป็นสาธารณประโยชน์ เป็นหน้าที่ของกรมการอำเภอจะต้องคอยตรวจตรารักษา อย่าให้ผู้ใดเกียดกันเอาไปเป็นอาณาประโยชน์แต่เฉพาะตัว และต่อมาพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๙๕ มาตรา ๔๐ วรรค ๓ ได้ให้อำนาจหน้าที่ของกรมการอำเภอโอนไปเป็นอำนาจหน้าที่ของนายอำเภอแล้ว ดังนี้ โจทก์ซึ่งเป็นนายอำเภอเจ้าของท้องที่คลองบางโพงพางซึ่งเป็นที่อันเป็นสาธารณประโยชน์ จึงมีอำนาจฟ้อง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 287/2517 นายอำเภอยานนาวา โจทก์ นายจกสิ่น แซ่เตีย หรือนายจกลิ่น แซ่เจีย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอำเภอยานนาวา · จำเลย - นายจกสิ่น แซ่เตีย หรือนายจกลิ่น แซ่เจีย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สัญชัย สัจจวานิช · แผ้ว ศิวะบวร · ชุ่ม สุนทรธัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุทิน เลิศวิรุฬห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายกาญจน์ กันยะพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1768/2548ฎีกา 367/2568ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1331/2479ฎีกา 1532/2509ฎีกา 609/2522ฎีกา 3048/2537ฎีกา 1409/2494ฎีกา 948/2501ฎีกา 2775/2541ฎีกา 659/2529ฎีกา 2128/2542ฎีกา 3752/2529ฎีกา 1036/2506ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1259/2496ฎีกา 337/2535ฎีกา 6620/2550ฎีกา 713/2512ฎีกา 1775-1776/2506ฎีกา 2904/2530ฎีกา 3473/2525ฎีกา 3803/2538ฎีกา 2978/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา