⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2953/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2953/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัย และพิพากษาลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษได้ หากข้อเท็จจริงที่วินิจฉัยนั้นเป็นไปตามคำขอท้ายฟ้องของโจทก์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายอันมีลักษณะเป็นการโทรมหญิง ซึ่งเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคสอง, 83 ตามที่แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 276 วรรคแรก, 83 ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ (โดยฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายคนเดียว ส่วนจำเลยที่ 2 ถือปืนขู่) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดังนี้ ศาลฎีกามีอำนาจวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหาย เข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิงและพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 วรรคสอง ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติได้ส่วนกำหนดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 11 ม.7 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.212 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.225 ประมวลกฎหมายอาญา ม.276

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายเป็นการโทรมหญิง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖, ๒๘๑, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗ จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๗๖ วรรคแรก, ๒๘๑, ๘๓ ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗ จำคุกคนละ ๕ ปี (ศาลชั้นต้นฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ ๑ ข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายคนเดียว จำเลยที่ ๒ ถือปืนขู่ มิได้ข่มขืนกระทำชำเราด้วย) จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยทั้งสองข่มขืนกระทำชำเราผู้เสียหายจริงแล้ววินิจฉัยว่า การกระทำของจำเลยเข้าลักษณะเป็นการโทรมหญิง แต่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นเท่านั้น จึงพิพากษากลับว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๗๖ วรรค ๒ ซึ่งแก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๑ ข้อ ๗ ส่วนกำหนดโทษให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2953/2517 พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ โจทก์ นายโอ๊ะ บูญภูมิ ที่ 1 นายคาน เชื้อทอง ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ · จำเลย - นายโอ๊ะ บูญภูมิ ที่ 1 นายคาน เชื้อทอง ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แผ้ว ศิวะบวร · สัญชัย สัจจวานิช · สนิท บริรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดบุรีรัมย์ - นายวินัย บุญพราหมณ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1241/2495ฎีกา 8946/2542ฎีกา 3118/2559ฎีกา 484/2488ฎีกา 2692/2530ฎีกา 4024/2534ฎีกา 1276/2481ฎีกา 124/2532ฎีกา 222/2557ฎีกา 2067/2514ฎีกา 2743/2543ฎีกา 14653-14654/2555ฎีกา 3382/2534ฎีกา 4899/2536ฎีกา 1888/2541ฎีกา 3257/2537ฎีกา 2251/2552ฎีกา 199-200/2494ฎีกา 994/2543ฎีกา 302/2550ฎีกา 4819/2549ฎีกา 1499/2523ฎีกา 227/2513ฎีกา 7122/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา