⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3015/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3015/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การตกลงผ่อนชำระหนี้ตามเช็คโดยที่ยังไม่ได้มีการคืนหรือยกเลิกเช็ค ไม่ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ สิทธิและความรับผิดตามเช็คยังคงมีอยู่

ย่อคำพิพากษา

บันทึกของพนักงานสอบสวนมีความว่า "ต่อมาในวันนี้....... ได้เรียกนายฮั่งตัง แซ่อึ้ง (คือจำเลยที่ 1) พร้อมกับนายไพบูลย์ แสงเจริญตระกูล (คือโจทก์) ทั้งสองฝ่ายมาสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง 1 ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้วทางฝ่ายนายฮั่งตัง แซ่อึ้ง ได้รับว่าตนได้ขอยืมเงินสด จำนวน 50,000 บาท จากนายไพบูลย์ แสงเจริญตระกูล ไปจริงและได้ออกเช็คของธนาคารไทยพัฒนาทั้งสองฉบับ....... ไว้เป็นหลักค้ำประกันเงินที่ขอยืมไปจริง ในวันนี้ได้ทำการตกลงกันได้ความว่าทางฝ่ายนายฮั่งตัง แซ่อึ้ง ยินยอมผ่อนชำระ ให้เป็นรายเดือน เดือนละ 2,000 บาท โดยจะนำเงินมาชำระให้ในวันที่ 15 ของทุก ๆ เดือนจนกว่าจะหมดจำนวน เงินที่ค้างอยู่ เห็นว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้จึงได้จัดทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน" ดังนี้ หาเข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ เพราะมิได้กล่าวถึงการคืนเช็คหรือยกเลิกเพิกถอนเช็ค เป็นเพียงความตกลงในการผ่อนชำระหนี้ตามเช็คเท่านั้น สิทธิและความรับผิดชอบระหว่างโจทก์และจำเลยที่ 1 ตามเช็คนั้นยังคงมีอยู่หาได้ระงับสิ้นไปไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยที่ 1 ใช้เงินตามเช็คทั้งสองฉบับได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.321 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.850 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.939

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็ค ๒ ฉบับ และจำเลยที่ ๒ ลงลายมือชื่อสลักหลังเช็คเป็นการรับอาวัลทั้งประทับตรายี่ห้อลิ่มเม่งเฮงซึ่งเป็นพาณิชย์กิจของจำเลยที่ ๒ จำเลยทั้งสองมอบเช็คให้โจทก์ ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๕๑,๗๖๓ บาท ๕๐ สตางค์แก่โจทก์พร้อมทั้งใช้ดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ได้ออกเช็คให้โจทก์จริงแต่เพื่อค้ำประกันการชำระหนี้เงินกู้โจทก์ไม่มีสิทธิฟ้องเรียกตามตั๋วเงิน มูลหนี้ตามเช็คระงับแล้วเพราะโจทก์จำเลยได้ตกลงแปลงหนี้ใหม่โดยเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการชำระหนี้โดยทำสัญญาประนีประนอมยอมความ จำเลยที่ ๒ ให้การว่า โจทก์สมคบกับบุคคลอื่นได้เช็คมาโดยไม่ชอบจำเลยไม่เคยสลักหลังเช็คหรือประทับตรายี่ห้อลิ่มเม่งเฮง โจทก์ใช้สิทธิโดยไม่สุจริต ทั้งหนี้ตามเช็คระงับไปแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ บาทพร้อมทั้งดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ระหว่างผิดนัดถึงวันฟ้องเป็นเงิน ๑,๔๐๖.๒๕ บาท รวมเงิน ๕๑,๔๐๖.๒๕ บาทแก่โจทก์ กับให้ใช้ดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวในต้นเงิน ๕๐,๐๐๐ บาท ตั้งแต่วันฟ้อง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ข้อเท็จจริงฟังได้ในเบื้องต้นว่า จำเลยที่ ๑ ออกเช็ค ๒ ฉบับ ฉบับละ ๒๕,๐๐๐ บาท แลกเงินสดที่กู้ไปจากโจทก์ โจทก์นำเช็คไปขึ้นเงินธนาคารธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน โจทก์ได้นำเช็คทั้งสองฉบับไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ พนักงานสอบสวนได้เรียกโจทก์ และจำเลยที่ ๑ มาไกล่เกลี่ยและทำบันทึกข้อตกลงตามเอกสาร ล.๑ ไว้เป็นหลักฐาน ปัญหาวินิจฉัยข้อแรกคือ บันทึกของพนักงานสอบสวนฉบับลงวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๑๔ ตามเอกสารหมาย ล.๑ เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความหรือไม่ ข้อความในเอกสารหมาย ล.๑ มีว่า "ต่อมาในวันนี้ ......ได้เรียกนายฮั่งตัง แซ่อึ้ง (คือจำเลยที่ ๑) พร้อมกับนายไพบูลย์ แสงเจริญตระกูล (คือโจทก์) ทั้งสองฝ่ายมาสถานีตำรวจนครบาลพระโขนง ๑ ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว ทางฝ่ายนายฮั่งตัง แซ่อึ้ง ได้รับว่าตนได้ขอยืมเงินสดจำนวน๕๐,๐๐๐ บาทจากนายไพบูลย์ แสงเจริญตระกูลไปจริง และได้ออกเช็คของธนาคารไทยพัฒนาทั้งสองฉบับไว้เป็นหลักค้ำประกันเงินที่ขอยืมไปจริงในวันนี้ได้ทำการตกลงกันได้ความว่า ทางฝ่ายนายฮั่งตัง แซ่อึ้ง ยินยอมผ่อนชำระให้เป็นรายเดือน เดือนละ ๒,๐๐๐ บาท โดยจะนำเงินมาชำระให้ในวันที่ ๑๕ ของทุก ๆ เดือนจนกว่าจะหมดจำนวนเงินที่ค้างอยู่ เห็นว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้ จึงได้จัดทำบันทึกไว้เป็นหลักฐาน" ศาลฎีกาเห็นว่า เช็คทั้งสองฉบับของจำเลยที่ ๑ ยังมิได้ใช้เงินตามเช็คนั้น ๆ หนี้ย่อมไม่ระงับสิ้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๒๑ ทั้งความประสงค์ตามบันทึกเอกสารหมาย ล.๑ หาใช่เข้าลักษณะเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอย่างใดไม่ เพราะมิได้กล่าวถึงการคืนเช็คหรือยกเลิกเพิกถอนเช็ค จึงเป็นเพียงความตกลงในการผ่อนชำระหนี้ตามเช็คเท่านั้น สิทธิและความรับผิดชอบระหว่างโจทก์และจำเลยที่ ๑ ยังคงมีอยู่ต่อกันตามเช็ค หาได้ระงับสิ้นไปไม่ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องขอให้จำเลยที่ ๑ ใช้เงินตามเช็คทั้งสองฉบับได้ ศาลฎีกาเชื่อว่าจำเลยที่ ๒ เซ็นชื่อประทับตรายี่ห้อร้านสลักหลังรับอาวัลตามเช็คทั้งสองฉบับของจำเลยที่ ๑ จริง จำเลยที่ ๒ จำต้องรับผิดใช้เงินร่วมกับจำเลยที่ ๑ ด้วย พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3015/2517 นายไพบูลย์ แสงเจริญตระกูล โจทก์ นายฮั่งตัง แซ่อึ้ง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายไพบูลย์ แสงเจริญตระกูล · จำเลย - นายฮั่งตัง แซ่อึ้ง ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสถียร ลิมปิษเฐียร · วิทูร เทพพิทักษ์ · ธวัช สิทธิชัย
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายวิจิตร หิรัญรัศ · ศาลอุทธรณ์ - นายจิรายุ ภัทร มหาวินิจฉัยมนตร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 1452/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 1889/2511ฎีกา 1000/2505ฎีกา 8680/2551ฎีกา 2460/2517ฎีกา 643/2497ฎีกา 861/2540ฎีกา 863/2524ฎีกา 1170/2505ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1593/2524ฎีกา 4470/2543ฎีกา 713/2512ฎีกา 1194/2527ฎีกา 3024/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา