⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3031/2517

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3031/2517

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำของจำเลยที่เบียดบังเอาเงินไปนั้น มิใช่การกระทำในฐานะเจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามตำแหน่งหน้าที่ราชการ จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เท่านั้น

ย่อคำพิพากษา

เทศบาลมอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากค่าเช่าที่ขายทุเรียนในงานตลาดทุเรียนให้จังหวัด จังหวัดจะนำไปใช้อย่างใดก็ได้ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบเงินนี้ให้จำเลยซึ่งเป็นเสมียนตราจังหวัดเก็บรักษาและทำบัญชีไว้ โดยถือว่าเป็นเงินของจังหวัด ต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดให้นำเงินนี้เป็นเงินสวัสดิการข้าราชการ เพื่อให้ข้าราชการผู้มีเงินเดือนน้อยของจังหวัดนั้นได้กู้ยืมไปบรรเทาความเดือดร้อน ได้วางระเบียบว่าด้วยเงินสวัสดิการข้าราชการขึ้นและตั้งคณะกรรมการขึ้นพิจารณาและดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนั้น จำเลยได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการทำหน้าที่เหรัญญิก ดังนี้วัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินดังกล่าวนี้หาได้มุ่งหมายใช้จ่ายในทางราชการไม่ แต่เป็นการใช้จ่ายในทางช่วยเหลือข้าราชการเป็นการส่วนตัว อันเป็นกิจการพิเศษซึ่งไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายใดกำหนดไว้และการที่จำเลยมีหน้าที่รักษาและรับจ่ายเงินนี้ก็โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทำหน้าที่เหรัญญิกซึ่งการแต่งตั้งนี้ก็ไม่ต้องอาศัยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายไม่ต้องอาศัยฐานะที่จำเลยเป็นเสมียนตราจังหวัดหรือเป็นข้าราชการในบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด การที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่นี้จึงมิใช่เป็นการที่เจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามตำแหน่งหน้าที่ราชการเมื่อจำเลยเบียดบังยักยอกเงินดังกล่าวไป จึงถือไม่ได้ว่าเบียดบังยักยอกไปในฐานะเจ้าพนักงาน คงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352 เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.147 ประมวลกฎหมายอาญา ม.352

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ได้ตั้งคณะกรรมการเงินสวัสดิการข้าราชการจังหวัดนนทบุรีขึ้น โดยมีปลัดจังหวัดนนทบุรีเป็นประธานกรรมการ และจำเลยซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งเสมียนตราจังหวัดนนทบุรีเป็นกรรมการทำหน้าที่เหรัญญิก มีหน้าที่รับจ่ายรักษาเงินสวัสดิการของจังหวัดนนทบุรี เงินทุนสวัสดิการนี้เป็นเงินของทางราชการจังหวัดนนทบุรี ได้มาจากเงินอุทิศหรือเงินอื่นใดตามแต่จังหวัดนนทบุรีจะจัดสรรได้มา เงินทุนนี้ตั้งไว้เพื่อให้การสงเคราะห์แก่ข้าราชการจังหวัดนนทบุรี หรือลูกจ้างในสังกัดจังหวัดนนทบุรีได้กู้ยืมไปใช้จ่ายบรรเทาความเดือดร้อนและความจำเป็น จำเลยซึ่งเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่รักษา จ่ายและรับเงินดังกล่าว ได้เบียดบังยักยอกเงินนั้นเป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริตต่างกรรมต่างวาระกัน โดยได้เบียดบังยักยอกไปเป็นคราว ๆ คราวละเท่าใด ไม่ปรากฏชัด แต่เป็นจำนวนรวมกัน ๑๓,๐๐๙ บาท ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๓๕๒ และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓ กับขอให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๓,๐๐๙ บาทแก่จังหวัดนนทบุรี จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗, ๓๕๒ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา พ.ศ. ๒๕๐๒ มาตรา ๓ ให้ลงโทษตามมาตรา ๑๔๗ ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จำคุก ๖ ปี ให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๓,๐๐๙ บาทแก่จังหวัดนนทบุรี จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง ศาลฎีกาฟังว่า จำเลยรับราชการเป็นเสมียนตราจังหวัดนนทบุรีมีหน้าที่เกี่ยวกับการเงินและการบัญชี ทางเทศบาลเมืองนนทบุรีได้มอบเงินรายได้ส่วนหนึ่งจากการเก็บค่าเช่าที่ขายทุเรียนในงานตลาดทุเรียนให้จังหวัดนนทบุรี ๑๓,๙๐๐ บาท เงินที่มอบให้นี้สุดแล้วแต่ทางจังหวัดจะนำไปใช้ในทางใด ผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบเงินจำนวนนี้ให้จำเลยเก็บรักษาไว้โดยถือว่าเป็นเงินของจังหวัดและได้สั่งให้จำเลยทำบัญชีไว้ด้วยและเห็นควรให้นำเงินนี้เป็นเงินสวัสดิการของข้าราชการ โดยได้วางระเบียบว่าด้วยเงินสวัสดิการของข้าราชการจังหวัดนนทบุรีว่า ให้ข้าราชการชั้นผู้น้อยมีสิทธิกู้เงินนี้ได้และให้มีคณะกรรมการเงินสวัสดิการข้าราชการจังหวัดนนทบุรีขึ้นประกอบด้วยปลัดจังหวัดเป็นประธานกรรมการ เสมียนตราจังหวัดเป็นกรรมการทำหน้าที่เหรัญญิก เป็นผู้พิจารณาและดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าว จำเลยได้เบียดบังยักยอกเงินดังกล่าวไปเป็นจำนวน ๑๐,๕๐๙ บาท แล้ววินิจฉัยว่า เงินสวัสดิการนี้เป็นเงินที่ทางเทศบาลเมืองนนทบุรีแบ่งให้แก่จังหวัดนนทบุรี โดยจะนำไปใช้อย่างใดก็ได้ และผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรีในขณะนั้นเห็นสมควรให้นำมาเป็นเงินสวัสดิการข้าราชการจังหวัดนนทบุรี เพื่อให้ข้าราชการจังหวัดนนทบุรีผู้มีเงินเดือนน้อยได้กู้ยืมไปบรรเทาความเดือดร้อน ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการใช้จ่ายเงินดังกล่าวจึงหามุ่งหมายใช้จ่ายในทางราชการไม่แต่เป็นการใช้จ่ายในทางช่วยเหลือข้าราชการเป็นการส่วนตัว อันเป็นกิจการพิเศษ ซึ่งไม่ปรากฏว่ามีกฎหมายใดกำหนดไว้การที่จำเลยมีหน้าที่รักษาและรับจ่ายเงินดังกล่าวนี้ ก็โดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการผู้ทำหน้าที่เหรัญญิก ซึ่งการแต่งตั้งนี้ก็ไม่ต้องอาศัยอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ดังจะเห็นได้ว่าผู้ว่าราชการจังหวัดจะแต่งตั้งบุคคลอื่นแม้กระทั่งผู้ที่ไม่ใช่ข้าราชการในบังคับบัญชาให้ทำหน้าที่นี้ก็ย่อมทำได้ การที่จำเลยมีหน้าที่รักษาและรับจ่ายเงินดังกล่าวนี้ จึงเป็นกิจการพิเศษ ซึ่งไม่ต้องอาศัยฐานะที่จำเลยเป็นเสมียนตราจังหวัดหรือเป็นข้าราชการในบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัดการที่จำเลยปฏิบัติหน้าที่นี้จึงมิใช่เป็นการที่เจ้าพนักงานปฏิบัติราชการตามตำแหน่งหน้าที่ราชการ เมื่อจำเลยเบียดบังยักยอกเงินดังกล่าวไป จึงถือไม่ได้ว่าเบียดบังยักยอกไปในฐานะเจ้าพนักงานจำเลยคงมีความผิดเพียงฐานยักยอกตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ เท่านั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ที่ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๔๗ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ เป็นให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๒ ให้จำคุกจำเลยไว้ ๑ ปี ๖ เดือนให้จำเลยคืนหรือใช้เงิน ๑๐,๕๐๙ บาทแก่จังหวัดนนทบุรี นอกจากที่พิพากษาแก้นี้ คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3031/2517 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายปราโมทย์ สุขมาก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายปราโมทย์ สุขมาก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บัญญัติ สุชีวะ · เดช วุฒิสิงห์ชัย · ผสม จิตรชุ่ม
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายสิทธิโชค ปะถะคามิน · ศาลอุทธรณ์ - นายสมชัย ทรัพยวณิช
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7100/2538ฎีกา 1092/2505ฎีกา 1057/2514ฎีกา 2975/2529ฎีกา 1267/2500ฎีกา 1172/2511ฎีกา 1140/2507ฎีกา 605/2511ฎีกา 979/2501ฎีกา 3595/2532ฎีกา 3811/2528ฎีกา 8552/2552ฎีกา 617/2536ฎีกา 1777/2554ฎีกา 22267/2555ฎีกา 898/2525ฎีกา 1112/2507ฎีกา 3620/2566ฎีกา 2386/2541ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 530/2534ฎีกา 3224-3225/2527ฎีกา 845/2550ฎีกา 355/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา